FAR คืออะไร และอุตสาหกรรมใดได้รับผลกระทบบ้าง

Federal Acquisition Regulation (FAR) คืออะไร และองค์กรควรรู้อะไรเกี่ยวกับข้อบังคับนี้บ้าง

FAR คืออะไร และอุตสาหกรรมใดได้รับผลกระทบบ้าง

รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เป็นลูกค้ารายใหญ่สำหรับบริษัทเอกชน โดยในปีงบประมาณ 2022 รัฐบาลได้ทำสัญญามูลค่าเกือบ $700 billion กับภาคเอกชน เพื่อจัดซื้อผลิตภัณฑ์และบริการตั้งแต่เครื่องบินทหาร เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ไปจนถึงระบบความมั่นคงไซเบอร์ เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ แม้ว่าคนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงผู้รับเหมารัฐบาลกลางที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหม เช่น Lockheed Martin และ Northrop Grumman ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่รัฐบาลยังพึ่งพาภาคเอกชนในการจัดการบริการอาหาร โครงการโครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารการดำเนินงานต่าง ๆ องค์กรจึงต้องอาศัยกฎเกณฑ์และข้อบังคับชุดหนึ่งในการบริหารจัดซื้อจัดจ้างขนาดใหญ่นี้ หรือที่รู้จักในนาม Federal Acquisition Regulation (FAR) 

Federal Acquisition Regulation (FAR) คืออะไร

FAR ได้รับการบรรจุไว้ในบทแรกของ Title 48 แห่ง Code of Federal Regulations ซึ่งว่าด้วยการจัดซื้อและจัดจ้างของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ โดยข้อบังคับนี้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อให้หน่วยงานของรัฐมีระบบเดียวกันในการจัดซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการจากบริษัทเอกชน หัวข้อสำคัญของกฎนี้ เช่น การแข่งขันระหว่างกระบวนการจัดซื้อ (หรือที่รู้จักในชื่อการประมูล) การกำหนดและเจรจาต้นทุน และโปรแกรมพิเศษที่กำหนดให้ต้องมอบสัญญาแก่ธุรกิจขนาดเล็กและกลุ่มที่ขาดโอกาสบางกลุ่ม FAR แบ่งออกเป็น 53 ภาคย่อย และแต่ละภาคมีย่อยลงไปอีกโดยแยกเป็น subpart section และ subsection FAR ถูกบริหารร่วมกันโดยกระทรวงกลาโหม (Department of Defense) สำนักงานบริหารงานบริการทั่วไป (General Services Administration) และ NASA 

หน่วยงานที่อยู่ภายใต้ FAR

FAR คือกฎระเบียบหลักสำหรับการจัดซื้อและจัดจ้างสำหรับทุกหน่วยงานบริหารหลักของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ โดยรัฐบาลสหรัฐฯ มีหน่วยงานบริหารหลัก 15 แห่ง (หรือ executive departments) ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้การกำกับของ FAR 

  • กระทรวงกลาโหม (Department of Defense)
  • กระทรวงเกษตร (Department of Agriculture)
  • กระทรวงพาณิชย์ (Department of Commerce)
  • กระทรวงศึกษาธิการ (Department of Education)
  • กระทรวงพลังงาน (Department of Energy)
  • กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ (Department of Health and Human Services)
  • กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Department of Homeland Security)
  • กระทรวงเคหะและการพัฒนาเมือง (Department of Housing and Urban Development)
  • กระทรวงมหาดไทย (Department of the Interior)
  • กระทรวงแรงงาน (Department of Labor)
  • กระทรวงการต่างประเทศ (Department of State)
  • กระทรวงคมนาคม (Department of Transportation)
  • กระทรวงการคลัง (Treasury Department) 
  • กระทรวงกิจการทหารผ่านศึก (Department of Veterans Affairs)
  • กระทรวงยุติธรรม (Department of Justice) 

นอกจาก FAR แล้ว หน่วยงานบริหารระดับกระทรวงเหล่านี้ยังออกระเบียบเสริมเพื่อใช้ร่วมกับ FAR สำหรับเจ้าหน้าที่จัดซื้อ เช่น Defense Federal Acquisition Regulation Supplement (DFARS) ของกระทรวงกลาโหม Department of Health and Human Services Acquisition Regulation (HHSAR) ของกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ และ Department of Agriculture’s Acquisition Regulation (AGAR) ของกระทรวงเกษตร ซึ่งสามารถพบได้ใน Chapter 2 3 และ 4 ตามลำดับของ Title 48 

DFARS คืออะไร

ในบรรดากฎระเบียบเสริมที่รัฐบาลกลางและหน่วยงานบริหารออกให้ใช้ DFARS ถือเป็นข้อบังคับที่ควรให้ความสนใจมากที่สุด รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้จ่ายเงิน $694 billion กับสัญญากลางในปีงบประมาณ 2022 โดย $415 billion จากงบประมาณนี้ตกเป็นของผู้รับเหมาภายใต้กระทรวงกลาโหม คิดเป็น 60 เปอร์เซ็นต์ของวงเงินทั้งหมด โดยผู้รับเหมาหลักของกระทรวงกลาโหมมักเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงานนับพันและมีรายได้ปีละหลายหมื่นล้านดอลลาร์ 

DFARS: หมวดย่อย 252.204-7012

แม้ DFARS จะประกอบด้วยเงื่อนไขการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ซับซ้อน แต่มีหมวดย่อยหนึ่งที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นั่นคือ หมวดย่อย 252.204-7012 ซึ่งมีผลบังคับใช้ปลายปี 2017 ใช้ชื่อว่า “Safeguarding Covered Defense Information and Cyber Incident Reporting” โดยกำหนดมาตรการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ผู้รับเหมาทุกแห่งต้องปฏิบัติตามหากต้องการดำเนินงานกับกระทรวงกลาโหม เช่น การรักษาความปลอดภัยข้อมูลป้องกันที่เกี่ยวกับการทหาร (CDI) โดยต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดโดย National Institute of Standards and Technology การตรวจสอบเหตุการณ์หรือการถูกโจมตีทางไซเบอร์ทั้งหมดที่กระทบระบบหรือ CDI ของผู้รับเหมา และรายงานเหตุการณ์ต่อกระทรวงกลาโหม รวมถึงการส่งต่อข้อกำหนดความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ดังกล่าวไปยังผู้รับเหมาช่วง 

DFARS 7012 ซึ่งเป็นชื่อย่อสำหรับหมวดย่อยนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในแวดวงผู้รับเหมาทางด้านกลาโหม แม้ว่าการปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่อย่างครบถ้วน จะต้องใช้ต้นทุนหลักหลายแสนดอลลาร์ แต่หลายบริษัทก็ยินดีลงทุนหากจะช่วยให้ยังสามารถแข่งขันเพื่อคว้าสัญญากับกระทรวงกลาโหมต่อไปได้

อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจาก FAR 

FAR รวมถึงหมวดย่อยตาม Title 48 ไม่ได้ระบุอุตสาหกรรมเฉพาะที่อยู่ภายใต้ข้อบังคับโดยตรง เนื่องจากข้อกำหนดว่าบริษัทต้องปฏิบัติตาม FAR หรือไม่นั้น ไม่ได้อยู่ที่กลุ่มอุตสาหกรรมหรือประเภทผลิตภัณฑ์หรือบริการที่จัดหา แต่ขึ้นอยู่กับคำถามเดียว คือ บริษัทเหล่านั้นทำสัญญากับรัฐบาลกลางหรือไม่ หากบริษัทได้รับสัญญาจากหน่วยงานส่วนใหญ่ในสาขาบริหาร บริษัทเหล่านั้นต้องปฏิบัติตาม FAR และ/หรือข้อบังคับเสริมที่เกี่ยวข้อง 

Federal Acquisition Regulation Part 52 คืออะไร

หากมีหมวดย่อยใดใน FAR ที่ธุรกิจหรือผู้ที่ต้องการเป็นผู้รับเหมารัฐบาลควรเริ่มศึกษาเป็นอันดับแรก นั่นคือ Part 52 แม้ชื่อของ Part นี้ “Solicitation Provisions and Contract Clauses” อาจฟังดูเป็นภาษากฎหมายที่อ่านเข้าใจยาก แต่แท้จริงแล้วเป็นแนวปฏิบัติที่สำคัญสำหรับข้อกำหนดในการยื่นข้อเสนอ (RFP) การจัดซื้อจัดจ้าง และเงื่อนไขในสัญญา Part 52 นี้ครอบคลุมประเด็นข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับการปฏิบัติตาม FAR หลายด้าน เช่น การขออนุมัติ ค่าธรรมเนียม การชำระเงิน ไปจนถึงการยกเลิกสัญญา โดยทั้งหมดถูกนำเสนอในรูปแบบข้อกำหนดที่สำนักงานจัดซื้อจะต้องแทรกไว้ในสัญญา 

ธุรกิจที่สนใจจัดเตรียมข้อเสนอต่อรองเพื่อขอรับงานจากภาครัฐจึงควรสร้างความเข้าใจอย่างละเอียดเกี่ยวกับ Part 52 และข้อกำหนดทั้งหมดใน Part นี้ แม้ว่าส่วนใหญ่ของ FAR จะเขียนขึ้นสำหรับเจ้าหน้าที่ภาครัฐและฝ่ายจัดซื้อโดยตรง แต่ Part นี้จะช่วยเปิดมุมมองให้ผู้รับเหมาที่สนใจเข้าใจว่าข้อกำหนดสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างภายใต้ข้อบังคับมีอะไรบ้าง 

Part 19: หมวดที่ธุรกิจขนาดเล็กต้องรู้

กว่า 99% ของบริษัทในสหรัฐฯ เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก และองค์กรเหล่านี้เป็นแหล่งกำเนิดงานใหม่ส่วนใหญ่ของประเทศ FAR Part 19 จึงมุ่งสนับสนุนธุรกิจกลุ่มนี้โดยกำหนดข้อปฏิบัติที่เจ้าหน้าที่จัดซื้อจะต้องดำเนินการเพื่อให้ธุรกิจขนาดเล็กมีโอกาสเข้าถึงสัญญาและประโยชน์จากการจัดซื้อของภาครัฐโดยตรง Part 19 กำหนดวิธีการต่าง ๆ เช่น การวางแผนและพัฒนาสัญญาที่เหมาะสมสำหรับศักยภาพของธุรกิจขนาดเล็ก รวมถึงการส่งเสริมให้ prime contractor (ซึ่งมักเป็นบริษัทขนาดใหญ่) ว่าจ้างหรือจ้างผู้รับเหมาช่วงที่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก นอกจากนี้ Section นี้ยังระบุเรื่อง “set asides” สำหรับธุรกิจขนาดเล็กซึ่งเป็นสัญญาหรือการจัดซื้อที่สงวนไว้สำหรับธุรกิจกลุ่มนี้โดยเฉพาะ 

Set-aside คือหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ FAR ในการกำหนดให้หน่วยงานบริหารสำคัญต้องมอบสัญญากับบริษัทขนาดเล็กทั่วประเทศ โดยกลุ่มธุรกิจที่ผ่านคุณสมบัติตาม Part 19 เช่น ธุรกิจขนาดเล็กที่เจ้าของเป็นทหารผ่านศึกพิการ ธุรกิจขนาดเล็กที่เจ้าของเป็นสตรีที่ด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจ ธุรกิจขนาดเล็กที่เจ้าของเป็นสตรีโดยทั่วไป และ HUBZone ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งอยู่ใน “เขตธุรกิจที่ถูกใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจน้อย” ในสหรัฐฯ (Small Business Association มี แผนที่ HUBZone) โดย set-aside อาจเป็นแบบทั้งหมด (total set-aside) คือสัญญาที่สงวนทั้งหมดให้กับธุรกิจขนาดเล็ก หรือแบบแบ่งส่วน (partial set-aside) คือสัญญาที่สามารถแบ่งออกเป็นส่วนย่อยและอนุญาตให้หลายบริษัทที่มีธุรกิจขนาดเล็กร่วมด้วยได้รับสิทธิ์ 

แนวทางใช้ FAR เพื่อแข่งขันในตลาดการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ 

มีความเชื่อกันอย่างแพร่หลายว่าสัญญากับรัฐบาลที่มูลค่าสูงเป็นของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความสัมพันธ์อย่างยาวนานกับวอชิงตันเท่านั้น ตัวอย่างก็เห็นได้จากบริษัทมหาชนรายใหญ่ที่อยู่ในรายชื่อผู้รับเหมาระดับสูงของรัฐบาลกลาง อย่างไรก็ดี หน่วยงานที่บริหาร FAR ต่างดำเนินการอย่างจริงจังในการสร้างขั้นตอนและหลักเกณฑ์ไว้ในกฎระเบียบ เพื่อเปิดโอกาสให้กับองค์กรขนาดเล็กสามารถคว้าสัญญามูลค่าสูงเหล่านี้ได้ 

สำหรับองค์กรเหล่านี้ FAR สามารถใช้เป็นแผนที่เส้นทางเพื่อเข้าใจขั้นตอนที่หน่วยงานบริหารของรัฐใช้ในการออกคำขอข้อเสนอหรือประกาศต่าง ๆ และหลักการที่เจ้าหน้าที่จัดซื้อต้องยึดถือเมื่อประกาศข้อเสนอเหล่านั้น หมวดต่าง ๆ ก็สามารถเป็นกรอบแนวคิดให้ธุรกิจจัดทำเอกสารการประมูลอย่างมีประสิทธิภาพ แสดงถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนด พร้อมแสดงความเข้าใจในพันธะสัญญาที่ครบถ้วน 

สุดท้าย การศึกษาแนวทางเสริมหรือ Supplemental Regulations ที่ปรากฏใน Chapter ต่าง ๆ ของ Title 48 นอกเหนือจาก FAR ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเข้าใจความคาดหวังเฉพาะของแต่ละหน่วยงาน ราชการเหล่านี้มีระบบราชการของตัวเอง การเข้าใจและตีความระเบียบที่ซับซ้อนให้อยู่หมัดจึงเป็นหัวใจของการจัดเตรียมข้อเสนอที่มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จในฐานะผู้รับเหมา