สหภาพยุโรป (EU) ได้บังคับใช้ “ข้อบังคับแร่ที่มาจากพื้นที่ความขัดแย้ง (Conflict Minerals Regulation)” เพื่อจัดการกับปัญหาแร่ที่มาจากพื้นที่ความขัดแย้ง ข้อบังคับนี้ถูกรับรองในปี 2017 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2021
ข้อบังคับแร่ที่มาจากพื้นที่ความขัดแย้งมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมแนวปฏิบัติการจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบและป้องกันไม่ให้บริษัทต่าง ๆ มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งและการละเมิดสิทธิมนุษยชนผ่านทางห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระดับโลกในการจัดการกับปัญหาแร่ที่มาจากพื้นที่ความขัดแย้งและสร้างความมั่นใจว่าแร่ธาตุถูกจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบและถูกต้องตามหลักจริยธรรม ข้อบังคับนี้ใช้กับผู้นำเข้าแร่ดีบุก แทนทาลัม ทังสเตน และทองคำทุกบริษัทใน EU ที่จัดหาจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งหรือพื้นที่เสี่ยงสูง ไม่จำกัดขนาดองค์กรหรืออุตสาหกรรม
บริษัทใน EU ที่นำเข้าแร่ดีบุก แทนทาลัม ทังสเตน และทองคำ (3TG) จากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งหรือพื้นที่เสี่ยงสูง ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับแร่ที่มาจากพื้นที่ความขัดแย้งของ EU
ผู้นำเข้ามีหน้าที่ในการดำเนินการตรวจสอบวิเคราะห์ความเสี่ยงเพื่อระบุความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานและดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันการจัดหาแร่ที่นำไปใช้สนับสนุนกลุ่มติดอาวุธหรือเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน
กระบวนการตรวจสอบวิเคราะห์นี้ประกอบด้วยหลายขั้นตอน เช่น การจัดตั้งระบบบริหารจัดการภายในองค์กรที่แข็งแกร่ง การระบุและประเมินความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน และการดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงเหล่านั้น บริษัทต้องจัดทำรายงานและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับแนวปฏิบัติในการตรวจสอบวิเคราะห์ตลอดจนเปิดเผยข้อมูลห่วงโซ่อุปทานต่อคณะกรรมาธิการยุโรป
บริษัทต้องดำเนินการตรวจสอบวิเคราะห์โดยสอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับ เช่น OECD Due Diligence Guidance for Responsible Supply Chains of Minerals from Conflict-Affected and High-Risk Areas ทั้งนี้ กระบวนการตรวจสอบวิเคราะห์จะต้องมีเอกสารบันทึกและพร้อมสำหรับการตรวจสอบโดยหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลเมื่อร้องขอ
ข้อกำหนดของคู่มือ OECD สำหรับผู้นำเข้า
เพื่อให้ปฏิบัติตามข้อบังคับ บริษัทต้องดำเนินกระบวนการตรวจสอบวิเคราะห์ตามขั้นตอนต่อไปนี้
- จัดตั้งระบบบริหารจัดการองค์กรที่แข็งแกร่ง: บริษัทต้องกำหนดนโยบายด้านการจัดหาแร่อย่างมีความรับผิดชอบและสื่อสารให้ซัพพลายเออร์และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทราบ ต้องกำหนดผู้รับผิดชอบในการดูแลกระบวนการตรวจสอบวิเคราะห์และจัดสรรทรัพยากรอย่างเพียงพอ
- ระบุและประเมินความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน: บริษัทต้องระบุผู้ถลุงแร่และโรงกลั่นในห่วงโซ่อุปทานและประเมินแนวปฏิบัติตรวจสอบวิเคราะห์ของพวกเขา ต้องกำหนดความเสี่ยงในการจัดหา 3TG จากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งหรือพื้นที่เสี่ยงสูง รวมทั้งประเมินความรุนแรงของความเสี่ยงดังกล่าว
- ดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยง: บริษัทต้องลดและควบคุมความเสี่ยงที่พบ เช่น การประสานงานกับซัพพลายเออร์เพื่อยกระดับแนวปฏิบัติด้านการตรวจสอบวิเคราะห์ หรือยุติการทำธุรกิจกับซัพพลายเออร์ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
- รายงานแนวปฏิบัติการตรวจสอบวิเคราะห์: บริษัทต้องจัดทำรายงานแนวปฏิบัติในการตรวจสอบวิเคราะห์ รวมถึงขั้นตอนที่ดำเนินเพื่อระบุและลดความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน ต้องเปิดเผยข้อมูลประเทศต้นทางของ 3TG ที่นำเข้า ตลอดจนรายชื่อผู้ถลุงแร่และโรงกลั่นในห่วงโซ่อุปทาน
ข้อกำหนดสำหรับบริษัทแต่ละกลุ่ม
การผลิตสินค้าในปัจจุบันมักเกี่ยวข้องกับซัพพลายเออร์และพันธมิตรมากมายตลอดห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้น EU จึงแบ่งบริษัทเหล่านี้ออกเป็นสองกลุ่มตามบทบาทหน้าที่
บริษัทที่ขุด แปรรูป และกลั่นวัตถุดิบ เรียกว่า “บริษัทต้นน้ำ (upstream companies)”
EU จัดประเภทบริษัทต้นน้ำไว้ดังนี้
- บริษัทเหมืองแร่
- ผู้ค้าวัตถุดิบ
- ผู้ถลุงแร่
- โรงกลั่น
ประเภทที่สองคือบริษัทที่นำโลหะที่ผลิตในขั้นตอนต้นน้ำไปแปรรูปเพิ่มเติมจนแล้วเสร็จ บริษัทเหล่านี้เรียกว่า “บริษัทปลายน้ำ (downstream companies)” บริษัทที่จำหน่ายสินค้าให้กับบริษัทอื่น หน่วยงานรัฐ หรือบุคคลทั่วไป ก็ถือเป็นบริษัทปลายน้ำเช่นกัน
แนวทางตรวจสอบว่าแร่ได้รับการจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ
ผู้นำเข้าใน EU มีหน้าที่จัดตั้งระบบและกระบวนการภายในเพื่อรวบรวมข้อมูลที่ระบุว่าประเทศต้นทางของแร่แต่ละรายการคือที่ใด ปริมาณนำเข้า และแร่ถูกขุดเมื่อใด
ทั้งนี้ ผู้นำเข้าแร่และโลหะต้อง
- ระบุรายชื่อแร่ที่นำเข้าโดยใช้ชื่อทางการค้าและชนิดของแร่ และ
- ระบุชื่อและที่อยู่ของซัพพลายเออร์
หากแร่มาจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งหรือพื้นที่เสี่ยงสูง ผู้นำเข้าต้องจัดเตรียมข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้
- ระบุเหมืองที่แร่มาจาก
- ระบุสถานที่รวม ค้าขาย และแปรรูปแร่ และ
- ระบุค่าธรรมเนียม ภาษี และค่าภาคหลวงที่ชำระ
ข้อปฏิบัติตามข้อบังคับ
ธุรกิจที่ดำเนินการตรวจสอบวิเคราะห์ ต้องประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาวัตถุดิบจากภูมิภาคที่ไม่มั่นคงหรือได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง แต่ละประเทศสมาชิก EU ได้แต่งตั้งหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลเพื่อรับและตรวจสอบรายงานแร่ที่มาจากพื้นที่ความขัดแย้งที่บริษัทต่าง ๆ ส่งมา หน่วยงานดังกล่าวอาจดำเนินการตรวจสอบและตรวจเยี่ยมกิจการเพื่อยืนยันความถูกต้องและครบถ้วนของรายงาน
คณะกรรมาธิการยุโรปยังมีบทบาทกำกับดูแลการดำเนินงานตามข้อบังคับแร่ที่มาจากพื้นที่ความขัดแย้ง โดยมีหน้าที่เผยแพร่รายชื่อผู้ถลุงแร่และโรงกลั่นที่ผ่านการตรวจสอบและรับรองว่าปฏิบัติตามกระบวนการตรวจสอบวิเคราะห์ที่กำหนด รายชื่อนี้จะได้รับการปรับปรุงทุกปีและเผยแพร่บนเว็บไซต์ของคณะกรรมาธิการยุโรป
บริษัทที่ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับแร่ที่มาจากพื้นที่ความขัดแย้งอาจถูกลงโทษหรือถูกบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย เช่น การปรับ การตักเตือนในที่สาธารณะ หรืออาจถูกระงับหรือยกเลิกใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ดังนั้น บริษัทจึงต้องปฏิบัติตามข้อบังคับดังกล่าวและส่งรายงานแร่ที่มาจากพื้นที่ความขัดแย้งอย่างถูกต้อง ครบถ้วนต่อหน่วยงานที่มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง