Corporate Sustainability Due Diligence Directive (CSDDD) คืออะไร

หลังจากช่วงเวลาที่มีความตึงเครียดในช่วงต้นปี 2024 CSDDD ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการโดยสหภาพยุโรปเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ต่อไปนี้คือข้อมูลสำคัญที่ควรทราบเพื่อเริ่มต้นการปฏิบัติตามข้อกำหนด

Corporate Sustainability Due Diligence Directive (CSDDD) คืออะไร

สรุปประเด็นสำคัญ:

  • Corporate Sustainability Due Diligence Directive หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า CSDDD และ CS3D คือข้อกำหนดใหม่ของสหภาพยุโรป (EU) ที่กำหนดให้องค์กรต้องระบุผลกระทบทางสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเชิงลบที่เกิดจากการดำเนินงานของตน พร้อมทั้งพัฒนามาตรการเพื่อลดผลกระทบเหล่านั้น 
  • บริษัทในสหภาพยุโรปที่มีพนักงาน 1,000 คนขึ้นไปและมีรายได้สุทธิต่อปีอย่างน้อย 450 ล้านยูโร จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ของ CSDDD
  • CSDDD มีเป้าหมายแก้ไขประเด็นเฉพาะ เช่น แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ การเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน การใช้ POPs (สารมลพิษอินทรีย์ถาวร) มลพิษ การปล่อยของเสีย และการตัดไม้ทำลายป่า 
  • ประเทศสมาชิก EU มีเวลาสองปีนับตั้งแต่ CSDDD มีผลบังคับใช้ในการบัญญัติกฎหมายฉบับนี้ให้เป็นกฎหมายระดับชาติ

Corporate Sustainability Due Diligence Directive (CSDD) คืออะไร

Corporate Sustainability Due Diligence Directive (CSDDD) เป็นกฎหมายใหม่ของสหภาพยุโรปที่กำหนดให้ภาคธุรกิจทั้งที่อยู่ใน EU และนอก EU ต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนดในการระบุ ลด หรือแก้ไขผลกระทบเชิงลบด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทาน

CSDDD หมายถึงอะไร

CSDDD ย่อมาจาก Corporate Sustainability Due Diligence Directive และบางครั้งเรียกสั้น ๆ ว่า CS3D ชื่อนี้สื่อถึงข้อกำหนดด้านการตรวจสอบสถานะ (due diligence) ที่กำหนดโดยกฎหมายซึ่งมุ่งเน้นประเด็นความยั่งยืนในหมวด ESG (environmental, social, and governance/สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) 

ขอบเขตของ CSDDD เปลี่ยนแปลงอย่างไรตั้งแต่ข้อเสนอเบื้องต้น

ในเดือนธันวาคม 2023 สภาสหภาพยุโรปและรัฐสภายุโรปสามารถบรรลุข้อตกลงชั่วคราวเรื่องถ้อยคำทางกฎหมายของ CSDDD ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่คาดว่าจะนำไปสู่กระบวนการออกกฎหมายที่ราบรื่นในปีถัดไป อย่างไรก็ตามในช่วงต้นปี 2024 ร่างกฎหมายฉบับนี้เผชิญกับการคัดค้านจากอีกหลายประเทศ 

ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ประเทศใหญ่ใน EU อย่างเยอรมนีและอิตาลี เช่นเดียวกับประเทศสมาชิกขนาดเล็กอื่น ๆ ได้แก่ ฟินแลนด์ ฮังการี และเอสโตเนีย เริ่มแสดงความไม่มั่นใจถึงภาระหนักที่กฎหมายนี้จะสร้างให้กับธุรกิจ การคัดค้านที่เพิ่มขึ้นนำไปสู่เหตุการณ์ทางการเมืองที่ตึงเครียด มีการเลื่อนวันลงคะแนนในสภา EU หลายครั้ง และร่างกฎหมายไม่สามารถผ่านเสียงรับรองในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่าร่างกฎหมายประวัติศาสตร์นี้จะถูกยกเลิกหรือไม่ กระทั่งหลังจากการเจรจาเข้มข้นระหว่างประเทศสมาชิกหลายสัปดาห์ CSDDD ก็สามารถผ่านด่านได้ โดยรัฐสภายุโรป รับรองกฎหมายฉบับนี้ เมื่อวันที่ 24 เมษายน และเดือนถัดมา EU ได้เห็นชอบอย่างเป็นทางการต่อข้อกำหนด Corporate Sustainability Due Diligence Directive 

ในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ประเทศใหญ่ใน EU อย่างเยอรมนีและอิตาลี เช่นเดียวกับประเทศสมาชิกขนาดเล็กอื่น ๆ ได้แก่ ฟินแลนด์ ฮังการี และเอสโตเนีย เริ่มแสดงความไม่มั่นใจถึงภาระหนักที่กฎหมายนี้จะสร้างให้กับธุรกิจ

อันเนื่องมาจากกระแสวิกฤตและการเมืองระหว่างประเทศสมาชิก กฎหมาย CS3D ต้องปรับลดขอบเขตบางส่วน ทว่ากฎหมายนี้ยังคงเป็นกฎหมายเชิงนโยบายที่มีผลกระทบสูง การที่ CS3D ผ่านเป็นกฎหมายถือเป็นการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์สำคัญด้านบทบาทของ ESG ในการกำกับดูแลของภาครัฐ

การที่ CS3D ผ่านเป็นกฎหมายถือเป็นการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์สำคัญด้านบทบาทของ ESG ในการกำกับดูแลของภาครัฐ

สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ดำเนินงานใน EU กฎหมายนี้จะทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนภายในอย่างมาก บริษัทต้องขยายกระบวนการตรวจสอบสถานะ มาตรการบริหารความเสี่ยง และแผนงานการลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้าน ESG แม้ขอบเขตเริ่มต้นของ CS3D จะลดขนาดลง แต่อานุภาพของกฎหมายนี้ยังคงเข้มงวดและสามารถลงโทษผู้ละเลยกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

เปรียบเทียบ CSDDD, ESG, CSRD ต่างกันอย่างไร

CSRD, ESG, CSDDD…เมื่อมีโครงการด้านความยั่งยืนใหม่ ๆ เกิดขึ้นทั่วโลก การสับสนกับตัวย่อเหล่านี้ยิ่งเกิดได้ง่าย แล้วแต่ละตัวย่อเหล่านี้หมายถึงอะไร

CSRD, ESG, CSDDD…เมื่อมีโครงการด้านความยั่งยืนใหม่ ๆ เกิดขึ้นทั่วโลก การสับสนกับตัวย่อเหล่านี้ยิ่งเกิดได้ง่าย แล้วแต่ละตัวย่อเหล่านี้หมายถึงอะไร

“ESG” ย่อมาจาก environmental, social, and governance ซึ่งไม่ได้เป็นข้อบังคับโดยกฎหมาย หากแต่เป็นกรอบประเมินความยั่งยืนขององค์กร โดยทั้งสามเสาหลักนี้ครอบคลุมประเด็นด้านจริยธรรมและธุรกิจอย่างยั่งยืน เช่น การลดคาร์บอน ลดขยะอันตราย การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม แรงงานบังคับ และธรรมาภิบาลองค์กร 

ในทางกลับกัน “CSRD” ย่อมาจาก Corporate Sustainability Reporting Directive ซึ่งเป็นกฎระเบียบของ EU ที่มีผลใช้ตั้งแต่ปี 2023 โดยบังคับให้บริษัทใน EU บางกลุ่มต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดการรายงานที่เข้มงวดใน 12 หมวดหมู่ (เรียกว่า European Sustainability Reporting Standards – ESRS) การรายงานสำหรับบริษัทกลุ่มแรกที่เข้าข่าย CSRD จะเริ่มในปี 2025 และขยายถึงปี 2029 

CSDDD มีภาระตรวจสอบสถานะอะไรบ้าง

Corporate Sustainability Due Diligence Directive กำหนดข้อกำหนดใหม่ต่อภาคธุรกิจใน EU ซึ่งองค์กรที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ต้องระบุผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเชิงลบที่เกี่ยวกับการดำเนินงาน และกำหนดมาตรการในการลดหรือแก้ไขผลกระทบดังกล่าว 

ภายใต้กฎหมายใหม่ องค์กรที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์จะต้องระบุผลกระทบทางสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน พร้อมทั้งพัฒนามาตรการเพื่อลดหรือแก้ไขผลกระทบเหล่านั้น 

CSDDD กำหนดอะไรบ้าง

กฎหมายนี้กำหนดให้ธุรกิจในข่ายต้องดำเนินการตรวจสอบสถานะ 6 ขั้นตอนหลักตามแนวทาง Due Diligence Guidance for Responsible Business Conduct ของ Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) ได้แก่:

  • ระบุและประเมินผลกระทบเชิงลบ ครอบคลุมทั้งผลกระทบจากการดำเนินงานของตนเองตลอดจนตลอดห่วงโซ่อุปทานและคู่ค้า 
  • พัฒนาและดำเนินมาตรการเฉพาะเพื่อป้องกัน ลด หรือบรรเทาผลกระทบเชิงลบเหล่านี้ 
  • บูรณาการกระบวนการตรวจสอบสถานะทั้งหมดลงในนโยบายและระบบบริหารจัดการภายในองค์กร 
  • ติดตามตรวจสอบประสิทธิผลของมาตรการอย่างต่อเนื่อง 
  • สื่อสารขั้นตอนการจัดการผลกระทบดังกล่าว
  • ให้ความร่วมมือในการฟื้นฟูเยียวยาจากภายนอกเมื่อเกี่ยวข้อง รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลและสร้างความโปร่งใสต่อภายนอก 

“ผลกระทบเชิงลบ” ใน CSDDD คืออะไร 

Corporate Sustainability Due Diligence Directive ครอบคลุมประเด็นที่จัดหมวดหมู่ตามเสาหลักสามประการของ ESG โดยในเนื้อหากฎหมาย สภา EU ให้ตัวอย่างไว้หลายประเด็นทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งแยกเป็น “ข้อห้าม” ที่ธุรกิจในข่ายถูกห้ามทำโดยเด็ดขาด หรือ “สิทธิ” ที่ธุรกิจมีหน้าที่ต้องเคารพ 

ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่กฎหมายกล่าวถึง (แต่ไม่จำกัดเท่านี้) เช่น:

  • สภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสม
  • ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม
  • ที่อยู่อาศัยที่เพียงพอ
  • แรงงานบังคับ
  • แรงงานเด็ก 
  • การเป็นทาส แรงงานผูกพัน และการค้ามนุษย์
  • การเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน 

CSDDD ยังกล่าวถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้กรอบทางกฎหมายด้วย ได้แก่:

  • ความหลากหลายทางชีวภาพ
  • การใช้ POPs (สารมลพิษอินทรีย์ถาวร)
  • การนำเข้า ส่งออก และกำจัดของเสียอันตราย 
  • มลพิษ
  • การปล่อยของเสีย
  • การตัดไม้ทำลายป่า

นอกจากประเด็นเหล่านี้ CS3D ยังบังคับให้ธุรกิจในข่ายต้องพัฒนาและดำเนินแผนเปลี่ยนผ่านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งต้องมีเป้าประสงค์ “ให้แน่ใจ โดยความพยายามอย่างดีที่สุด ว่ารูปแบบธุรกิจและกลยุทธ์ของบริษัทสอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการควบคุมภาวะโลกร้อนให้อยู่ที่ 1.5 °C ตามข้อตกลงปารีส” โดยแผนดังกล่าวควรสอดคล้องกับ European Climate Law ที่ประกาศใช้ปี 2021 ซึ่งตั้งเป้าให้ 27 ประเทศสมาชิกบรรลุเป้าหมายคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี 2050 

ข้อสังเกตสำคัญคือกฎหมายมองข้อกำหนดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนี้ว่าเป็น “ภาระหน้าที่ด้านวิธีการ ไม่ใช่ผลลัพธ์” หมายความว่าหน่วยงานกำกับควรตรวจสอบแผนเปลี่ยนผ่านของธุรกิจ แต่ยอมรับได้ว่าจะมีบางรายที่อาจไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ 

ขอบเขตการบังคับใช้ Corporate Sustainability Due Diligence Directive

ขอบเขตความครอบคลุมของ CSDDD เป็นประเด็นหลักในการเจรจาต่อรองช่วงต้นปีนี้ โดยร่างกฎหมายฉบับสุดท้ายสะท้อนการปรับแก้สำคัญ เดิมสภา EU และรัฐสภาเห็นพ้องให้ครอบคลุมบริษัทใน EU ที่มีพนักงานไม่น้อยกว่า 500 คนและรายได้รวมต่อปีเกิน 150 ล้านยูโร รวมถึงบริษัทนอก EU ที่มีรายได้จาก EU ตั้งแต่ 150 ล้านยูโรต่อปี 

CSDDD ครอบคลุมกลุ่มใดบ้าง

ในเวอร์ชันกฎหมายที่ประกาศใช้จริงในเดือนพฤษภาคม เกณฑ์ถูกปรับใหม่เป็นบริษัท EU ที่มีพนักงานตั้งแต่ 1,000 คนและรายได้สุทธิอย่างน้อย 450 ล้านยูโร ส่วนบริษัทนอก EU ที่ดำเนินธุรกิจในรัฐสมาชิก ต้องมีรายได้จาก EU อย่างน้อย 450 ล้านยูโร 

ในเวอร์ชันกฎหมายที่ประกาศใช้จริงในเดือนพฤษภาคม เกณฑ์ถูกปรับใหม่เป็นบริษัท EU ที่มีพนักงานตั้งแต่ 1,000 คนและรายได้สุทธิอย่างน้อย 450 ล้านยูโร

โดยสรุป มี 4 กลุ่มหลักที่อยู่ในขอบเขตกฎหมายนี้:

  • บริษัท EU ที่มีพนักงานขั้นต่ำ 1,000 คนและมีรายได้รวมเกิน 450 ล้านยูโร (รวมถึงบริษัทแม่ของกลุ่มดังกล่าว)
  • บริษัท EU ที่ทำสัญญาแฟรนไชส์หรือสิทธิประกอบธุรกิจใน EU ได้รับค่าธรรมเนียมอย่างน้อย 22.5 ล้านยูโร และมีรายได้ทั่วโลกเกิน 80 ล้านยูโรต่อปี
  • บริษัทนอก EU ที่ทำสัญญาแฟรนไชส์หรือสิทธิประกอบธุรกิจใน EU ได้รับค่าธรรมเนียมอย่างน้อย 22.5 ล้านยูโร และมีรายได้จาก EU เกิน 80 ล้านยูโรต่อปี
  • บริษัทนอก EU ที่มีรายได้รวมจาก EU อย่างน้อย 450 ล้านยูโร (ไม่มีเกณฑ์จำนวนพนักงานสำหรับกลุ่มนี้) 

ทั้งนี้ บริษัทจะถูกจัดอยู่ในขอบเขต CS3D หากมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ข้างต้นติดต่อกันสองปี 

ไทม์ไลน์การดำเนินการตาม CSDDD

ประเทศสมาชิก EU มีเวลาสองปีนับตั้งแต่ CSDDD มีผลบังคับใช้ในการบัญญัติกฎหมายฉบับนี้ให้เป็นกฎหมายระดับชาติ

ประเทศสมาชิก EU มีเวลาสองปีนับตั้งแต่ CSDDD มีผลบังคับใช้ในการบัญญัติกฎหมายฉบับนี้ให้เป็นกฎหมายระดับชาติ (ตามกระบวนการทางกฎหมายที่ EU เรียกว่า “transposition”) และเนื่องจากข้อกฎหมายนี้ประกาศใช้โดยสภายุโรปและมีผลในวันที่ 24 พฤษภาคม 2024 แต่ละประเทศจึงน่าจะบัญญัติให้เสร็จสิ้นในช่วงปี 2025-2026 สำหรับการดำเนินการจริง CS3D จะถูกนำไปใช้แบบทยอย (phased implementation) ตั้งแต่ปี 2027 เป็นเวลา 3 ปี โดยจะค่อย ๆ ครอบคลุมทุกกลุ่มบริษัทตามที่กำหนด 

CSDDD การบังคับตามกลุ่มบริษัทในแต่ละปี
ประเภทบริษัท202720282029
ประเภทบริษัท บริษัท EU ที่มีพนักงานเกิน 5,000 คนและรายได้ทั่วโลกมากกว่า 1.5 พันล้านยูโร

บริษัทนอก EU ที่มีรายได้จาก EU ขั้นต่ำ 1.5 พันล้านยูโร
บริษัท EU ที่มีพนักงานเกิน 3,000 คนและรายได้ทั่วโลกมากกว่า 900 ล้านยูโร

บริษัทนอก EU ที่มีรายได้จาก EU ขั้นต่ำ 900 ล้านยูโร
บริษัท EU ที่มีพนักงานเกิน 1,000 คนและรายได้ทั่วโลกมากกว่า 450 ล้านยูโร

บริษัทนอก EU ที่มีรายได้จาก EU ขั้นต่ำ 450 ล้านยูโร

ทั้งบริษัท EU และนอก EU ที่ทำสัญญาแฟรนไชส์หรือสิทธิประกอบธุรกิจใน EU ได้รับค่าธรรมเนียมอย่างน้อย 22.5 ล้านยูโร และมีรายได้รวมใน EU เกิน 80 ล้านยูโร

ผลกระทบหากไม่ปฏิบัติตาม Corporate Sustainability Due Diligence Directive

กฎหมายนี้กำหนดให้ประเทศสมาชิกแต่งตั้ง “หน่วยงานกำกับดูแล” เพื่อดูแลการบังคับใช้ CS3D และตรวจสอบการปฏิบัติตามของธุรกิจในข่าย โดยหน่วยงานเหล่านี้มีหน้าที่บังคับข้อกำหนดด้านการตรวจสอบสถานะและแผนเปลี่ยนผ่านสภาพภูมิอากาศ และสามารถใช้มาตรการบังคับเช่นการลงโทษปรับที่ “มีประสิทธิภาพ สัดส่วนสมเหตุสมผล และเป็นการป้องปราม” โดยตามถ้อยคำในกฎหมาย ค่าปรับสูงสุดต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของรายได้รวมทั่วโลกของบริษัทที่กระทำผิด (คิดจากรายได้ปีก่อน) 

ตามถ้อยคำในกฎหมาย ค่าปรับสูงสุดต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของรายได้รวมทั่วโลกของบริษัทที่กระทำผิด (คิดจากรายได้ปีก่อน) 

นอกจากโทษทางการเงิน ธุรกิจที่ฝ่าฝืน CSDDD ยังอาจต้องรับผิดทางแพ่ง หากมีการพิสูจน์ว่าธุรกิจ “เจตนา หรือประมาทเลินเล่อ” ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและการกระทำนั้นสร้างความเสียหายต่อบุคคลธรรมดาหรือบุคคลนิติบุคคล โดยผู้เสียหายมีสิทธิร้องเรียนและเรียกร้องค่าเสียหายภายใน 5 ปี 

ธุรกิจควรเตรียมตัวรับ Corporate Sustainability Due Diligence Directive อย่างไร

มาตรการแรกที่ธุรกิจที่ดำเนินงานใน EU ควรทำคือประเมินตัวเองว่าอยู่ในขอบเขตของ CSDDD หรือไม่ โดยเกณฑ์ที่เพิ่งตกลงช่วงต้นปี 2024 ได้ลดจำนวนบริษัทที่อยู่ในข่ายอย่างมีนัยสำคัญ (จากประมาณ 17,000 แห่ง เหลือราว 5,500 แห่ง) 

หากบริษัทเข้าข่ายเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่งของ CS3D สามารถเตรียมความพร้อมด้วยขั้นตอนดังนี้:

  • นำกรอบ Due Diligence Guidance for Responsible Business Conduct ของ OECD มาใช้ ซึ่งเป็นแนวทางต้นแบบที่ CSDDD นำมาใช้กับการตรวจสอบสถานะ 
  • เริ่มจัดทำแผนเปลี่ยนผ่านสภาพภูมิอากาศที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของ CSDDD โดยต้องกำหนดเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีกรอบเวลาแน่นอน ทั้งสำหรับปี 2030 และทุก ๆ ห้าปีจนครบ 2050 พร้อมกลยุทธ์การลดคาร์บอน หรือ “มาตรการขับเคลื่อน” ที่จะช่วยลดก๊าซเรือนกระจก และมีรายละเอียดด้านการลงทุน/การจัดสรรงบที่สนับสนุนแผนดังกล่าว 
  • สุดท้าย บริษัทที่ยังไม่ดำเนินการสามารถนำระบบบริหารความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทานที่ครอบคลุมมาใช้ ซึ่งประกอบด้วยนโยบาย มาตรการ และแพลตฟอร์มจากบุคคลที่สาม เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกองค์กร สร้างความโปร่งใสกับซัพพลายเออร์ คู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนพัฒนามาตรการลดความเสี่ยงที่เหมาะสม การดำเนินการเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรระบุและลดผลกระทบเชิงลบที่มีหน้าที่ต้องจัดการตามข้อกำหนดของ CS3D