ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับมูลค่านำเข้าเพื่อรับมือกับมาตรการภาษีศุลกากรของ Trump

แม้องค์กรส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับอัตราภาษี แต่ยังสามารถเรียนรู้ได้มากจากวิธีที่เจ้าหน้าที่ CBP ประเมินมูลค่าสินค้าที่นำเข้า

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับมูลค่านำเข้าเพื่อรับมือกับมาตรการภาษีศุลกากรของ Trump

ประเด็นสำคัญของบทความ:

  • เจ้าหน้าที่ CBP (Customs and Border Protection) และเจ้าหน้าที่ศุลกากรใช้กระบวนการสองขั้นตอนเพื่อกำหนดอัตราภาษีนำเข้า ได้แก่ การจัดประเภทและการประเมินมูลค่า ขั้นแรกจะจัดประเภทสินค้าโดยอ้างอิง U.S. Harmonized Tariff Schedule (HTS) จากนั้นจึงคำนวณมูลค่าสินค้า
  • วิธีหลักในการคำนวณมูลค่านำเข้าสินค้า คือ มูลค่าตามธุรกรรม (transaction value) หมายถึงราคาที่ผู้นำเข้าชำระให้ผู้ขายก่อนส่งออกไปยังสหรัฐฯ Bloomberg Law ระบุว่ามูลค่าตามธุรกรรมนี้คือ “ราคาที่จ่ายหรือจะต้องจ่ายจริงสำหรับสินค้า”
  • แม้ว่าต้นทุนบางรายการอาจถูกรวมอยู่ในกระบวนการประเมินมูลค่าตามธุรกรรม แต่ CBP มักไม่รวมค่าใช้จ่ายประเภทอื่น ๆ ในการประเมิน อาทิ ค่ารักษาความปลอดภัย ค่าธรรมเนียมเอกสาร ค่าคลังสินค้า และค่าตรวจสอบ/ทดสอบ

ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา อัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบกว่าศตวรรษ ตามข้อมูลของ Budget Lab มหาวิทยาลัย Yale ปัจจุบัน อัตราภาษีเฉลี่ยที่มีผลจริงอยู่ที่ 28% ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1901 องค์กรอเมริกันจึงให้ความสำคัญกับ ต้นทุนภาษีรวม ที่ตนต้องชำระสำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดมากกว่าที่เคย

อย่างไรก็ดี ก่อนที่บริษัทจะคำนวณอัตราภาษีที่แท้จริงสำหรับเหล็ก อะลูมิเนียม เซมิคอนดักเตอร์ หรือสินค้านำเข้าจากจีน บริษัทจำเป็นต้องทราบวิธีที่เจ้าหน้าที่ CBP กำลังประเมินมูลค่าสินค้านำเข้า ดังนั้น การเข้าใจกระบวนการประเมินมูลค่าสินค้าของหน่วยงานรัฐบาลกลางจึงเป็นส่วนสำคัญของกรอบกลยุทธ์ในการลดผลกระทบจากภาษีอย่างรอบด้าน

CBP ประเมินอัตราภาษีศุลกากรอย่างไร

เจ้าหน้าที่ CBP และศุลกากรใช้กระบวนการสองขั้นตอนในการกำหนดอัตราภาษีสินค้านำเข้า ได้แก่ การจัดประเภทและการประเมินมูลค่า

ขั้นตอนที่หนึ่ง: การจัดประเภทสินค้าตามรหัส HTS ของสหรัฐฯ

ขั้นแรก ต้องจัดประเภทสินค้าตาม U.S. Harmonized Tariff Schedule (HTS) ซึ่งเป็น รหัส 10 หลัก ที่กำหนดและดูแลโดย U.S. International Trade Commission (ITC) ตามข้อมูลจาก Census Bureau ปัจจุบันมีรหัส HTS แยกย่อยเกือบ 20,000 รายการ (หกหลักแรกของรหัส HTS จะเหมือนกับ Harmonized System Code ที่ใช้กันทั่วโลก ส่วนสี่หลักสุดท้ายเฉพาะสำหรับ HTS ของสหรัฐฯ) เมื่อกำหนดรหัส HTS ของสินค้าได้แล้ว เจ้าหน้าที่สามารถใช้ฐานข้อมูล HTS เพื่อระบุอัตราภาษีนำเข้าที่เหมาะสม

ขั้นตอนที่สอง: การประเมินมูลค่าเพื่อคำนวณภาระภาษีศุลกากร

ขั้นตอนที่สองคือ การประเมินมูลค่า ในการคำนวณภาระภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าแต่ละรายการ CBP ต้องระบุราคาสินค้าเพื่อใช้คำนวณอัตราภาษี วิธีหลักที่ใช้ในการกำหนดค่านี้คือ มูลค่าตามธุรกรรม หรือราคาที่ผู้นำเข้าชำระให้ผู้ขายทันที ก่อนส่งสินค้าไปยังสหรัฐฯ Bloomberg Law ระบุว่านี่คือ “ราคาที่จ่ายหรือจะต้องจ่ายจริงสำหรับสินค้า”

ต้นทุนเพิ่มเติมที่รวมอยู่ในการประเมินมูลค่าของ CBP มีอะไรบ้าง

แม้ว่าการประเมินมูลค่าจะพิจารณาราคาธุรกรรมช่วงส่งออกเป็นหลัก แต่ยังมีต้นทุนย่อยอื่น ๆ ที่ถูกรวมเข้าไปด้วย เจ้าหน้าที่ CBP จะรวมค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมดังต่อไปนี้:

  • ค่าบรรจุภัณฑ์
  • ค่าคอมมิชชั่น
  • ค่า royalty และ/หรือค่าธรรมเนียมใบอนุญาต

Deductive Value ของสินค้านำเข้าคืออะไร และใช้ตอนไหนในการประเมินภาษีศุลกากร

ในกรณีที่ไม่สามารถระบุ มูลค่าตามธุรกรรม ได้ เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะใช้ deductible value ของสินค้านั้นโดยทั่วไป deductible value หมายถึงราคาขายต่อของสินค้าในสหรัฐฯ ซึ่งจะมีการหักรายการต่าง ๆ ออกตามที่กำหนด

องค์การการค้าโลก (World Trade Organization) ให้คำจำกัดความ deductible value อย่างเฉพาะเจาะจงว่า “ราคาต่อหน่วยที่สินค้านำเข้าหรือสินค้านำเข้าเหมือนกัน ถูกขายออกในปริมาณรวมสูงสุด” โดยปริมาณรวมสูงสุด (greatest aggregate quantity) จะประเมินจากยอดขายรวมของสินค้าที่ราคาหนึ่ง ๆ เมื่อเทียบกับยอดขายที่ราคาระดับอื่น ราคาใดมีจำนวนนำออกมากที่สุดถือเป็น greatest aggregate quantity

First Sale Rule ในการคำนวณภาระภาษีศุลกากร คืออะไร

First Sale Rule คือข้อกำหนดทางกฎระเบียบในกฎหมายประเมินมูลค่าศุลกากรสหรัฐฯ โดยอนุญาตให้ผู้นำใช้ราคาขายแรก (first sale) ของสินค้าสำหรับการประเมินมูลค่าสินค้า นั่นคือราคาขายจากผู้ขายต่างประเทศไปยังตัวแทน/ตัวแทนจำหน่าย—ในกรณีที่มีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง—ที่จะขายต่อให้ผู้นำเข้าสหรัฐฯ ในกรณีที่มีหลายฝ่ายเกี่ยวข้องในการซื้อขายสินค้า บริษัทสหรัฐฯ สามารถใช้ First Sale Rule เพื่อประโยชน์

แม้สินค้าต่างประเทศบางรายการอาจไม่ผ่านตัวแทน แต่การระบุลำดับธุรกรรมและการได้ราคาขายแรก—ซึ่งมักจะต่ำที่สุด—เป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการได้มูลค่าประเมินต่ำที่สุด และลดภาษีศุลกากรต่ำที่สุด อย่างไรก็ตาม ผู้นำเข้ามีภาระพิสูจน์ต่อ CBP ว่าควรใช้ราคาขายแรกในการประเมินมูลค่า โดยอาจต้องให้เอกสารยืนยันการซื้อขายสนค้าจากผู้ผลิตเดิมไปยังตัวแทน และแสดงให้เห็นถึงส่วนต่างราคาที่สมเหตุสมผล (ที่เรียกกันว่า arm’s length price) ระหว่างการขายแรกกับการขายถัด ๆ ไป

แม้สินค้าต่างประเทศบางรายการอาจไม่ผ่านตัวแทน แต่การระบุลำดับธุรกรรมและการได้ราคาขายแรก—ซึ่งมักจะต่ำที่สุด—เป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการได้มูลค่าประเมินต่ำที่สุด และลดภาษีศุลกากรต่ำที่สุด

มีค่าธรรมเนียมใดบ้างที่ได้รับการยกเว้นจากมูลค่าตามธุรกรรม

แม้ว่าต้นทุนบางประการอาจถูกรวมไว้ในมูลค่าตามธุรกรรม แต่ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อาจได้รับการยกเว้นโดย CBP ผู้นำเข้าควรตรวจสอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่งและนำเข้า และพิจารณาว่าค่าใช้จ่ายใดสามารถหักออกจากมูลค่าตามธุรกรรมที่จะนำไปสู่การกำหนดภาระภาษีศุลกากร ค่าธรรมเนียมที่อาจได้รับการยกเว้นมีดังนี้:

  • ค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัย: ท่าเรือและบริษัทโลจิสติกส์บางแห่งเรียกเก็บค่าธรรมเนียมด้านความปลอดภัยสำหรับการขนส่งสินค้า โดยปกติค่าใช้จ่ายนี้สามารถหักออกจากมูลค่าตามธุรกรรมที่แจ้งต่อ CBP ได้
  • ค่าธรรมเนียมเอกสาร: มีเอกสารจำนวนมากที่ธุรกิจอเมริกันต้องใช้สำหรับขนส่งสินค้าและนำเข้าสินค้าผ่านท่าเรือสหรัฐฯ ตามแต่ละประเภทสินค้า อุตสาหกรรม และห่วงโซ่อุปทาน อาจรวมถึง ใบขนส่ง (bill of lading) ใบเสร็จขนส่ง ใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (certificate of origin) และใบแจ้งหนี้ผู้นำออก (exporter invoice) ผู้นำเข้าที่มีค่าใช้จ่ายสำหรับเอกสารเหล่านี้ทั้งหมดหรือบางส่วน อาจขอหักค่าธรรมเนียมนี้จากมูลค่าตามธุรกรรมได้
  • ค่าคลังสินค้า: ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากนำเข้าสินค้าต้องเก็บในคลังของบุคคลที่สาม (ไม่ใช่ผู้ขาย) ค่าใช้จ่ายนี้จะอยู่นอกขอบเขตต้นทุนธุรกรรมและสามารถหักออกจากมูลค่าตามธุรกรรมได้ แต่หากเป็นค่าคลังสินค้าที่ผู้ขายคิดเองก่อนส่งออกจะถือเป็นส่วนหนึ่งของมูลค่าธุรกรรม
  • ค่าตรวจสอบ/ทดสอบสินค้า: ในบางกรณีผู้ผลิตอาจส่งสินค้าไปทดสอบคุณภาพก่อนส่งออก หากเป็นการจ้างบุคคลที่สามทดสอบแล้วผลักภาระต้นทุนมาให้ผู้นำเข้า ผู้นำเข้าจะสามารถหักค่าทดสอบนี้ออกจากมูลค่าตามธุรกรรมได้เช่นเดียวกับกรณีคลังสินค้า อย่างไรก็ตาม หากผู้ขายเป็นผู้ทดสอบเอง จะไม่สามารถขอหักค่าทดสอบนี้ได้

ผู้นำเข้าได้รับประโยชน์อย่างไรเมื่อเข้าใจวิธีการประเมินมูลค่า

ในสภาพแวดล้อมการค้าที่มีข้อจำกัด ค่าใช้จ่ายสูง และไม่แน่นอนเช่นนี้ การได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ องค์กรที่เข้าใจกระบวนการประเมินมูลค่านำเข้าของ CBP จะมีโอกาสบริหารและลดต้นทุนได้หลายวิธี บริษัทที่รู้กฎระเบียบเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าศุลกากรจะใช้ First Sale Rule ได้อย่างเต็มที่ และพร้อมแสวงหาการหักลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องจากมูลค่าตามธุรกรรม

องค์กรที่เข้าใจกระบวนการประเมินมูลค่านำเข้าของ CBP จะมีโอกาสบริหารและลดต้นทุนได้หลากหลายวิธี

นอกจากนี้ การคำนวณต้นทุนภาษีได้อย่างแม่นยำและสม่ำเสมอล่วงหน้า ยังช่วยให้ผู้นำเข้ามีข้อมูลสนับสนุนเชิงกลยุทธ์มากขึ้น การทราบภาระภาษีที่เกี่ยวข้องกับสินค้านำเข้า อาจกระตุ้นให้ธุรกิจพิจารณาทางเลือกการกระจายห่วงโซ่อุปทาน เจรจากับซัพพลายเออร์ และใช้ประโยชน์จากเขตการค้าเสรี (FTZs) หรือกลยุทธ์บรรเทาภาระภาษีศุลกากรอื่น ๆ

การทำ Mapping ห่วงโซ่อุปทานช่วยลดต้นทุนภาษีศุลกากรได้อย่างไร

ข้อมูลและความรู้จากข้อมูลถือเป็นสินทรัพย์ทรงพลังในสภาพการค้า ปี 2025 ทั้งผู้ผลิตและผู้นำเข้าสหรัฐฯ ต่างเร่งมองหาวิธีบรรเทาต้นทุนภาษีศุลกากรที่สูงขึ้นจากสินค้าต่างประเทศ ไม่ว่าทางเลือกจะเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ เขตการค้าเสรี การเจรจากับซัพพลายเออร์ หรือการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต การทำ mapping ห่วงโซ่อุปทานถือเป็นกุญแจสนับสนุนการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ เขตการค้าเสรี การเจรจากับซัพพลายเออร์ หรือการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต การทำ mapping ห่วงโซ่อุปทานถือเป็นกุญแจสนับสนุนการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

แพลตฟอร์ม SCRM ของ Z2Data มอบ ความสามารถในการ mapping ที่ครบวงจร ให้กับองค์กร อาทิ:

  • Mapping ระหว่างชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กับไซต์การผลิตนับล้านรายการ
  • ความสัมพันธ์ระหว่างซัพพลายเออร์โดยตรงกับผู้ผลิตซับ-เยอร์
  • ข้อมูลตำแหน่งไซต์และภูมิศาสตร์ และการพึ่งพา single-source
  • Country of Origin (COO) และ Country of Diffusion (COD)

ในการบริหารความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน ข้อมูลและความเชี่ยวชาญคือหัวใจสำคัญ Z2Data ช่วยให้องค์กรได้รับประโยชน์สูงสุดจากทั้งสองด้าน ด้วยทีมวิจัยที่มีประสบการณ์ การให้ข้อมูลเชิงลึก และการมองเห็นสถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานได้อย่างต่อเนื่อง องค์กรที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Z2Data และฟีเจอร์แพลตฟอร์มด้านการบริหารภาระและกลยุทธ์บรรเทาภาษี สามารถนัดดูเดโมฟรี กับผู้เชี่ยวชาญของเราได้ทันที