ESG Compliance คืออะไร

เมื่อความต้องการสินค้ายั่งยืนของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น องค์กรต่าง ๆ จึงเร่งดำเนินการตาม ESG compliance เพื่อสร้างความแตกต่าง แต่ ESG คืออะไร และต้องทำอย่างไรถึงจะได้มา

ESG Compliance คืออะไร

ESG Compliance คืออะไร

ESG compliance คือความมุ่งมั่นขององค์กรต่อมาตรฐานและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล กล่าวคือ ประกอบด้วยการให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม วิธีปฏิบัติต่อผู้คน และแนวทางการบริหารจัดการองค์กร โดยหลักแล้วคือการสะท้อนคำถามว่า “องค์กรนี้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องหรือไม่” ในทั้งสามด้าน ESG compliance กลายเป็นคำที่นิยมใช้ในแวดวงองค์กรธุรกิจอย่างกว้างขวางในช่วงหลัง และก่อให้เกิดการถกเถียงในสภาคองเกรส อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะมีมุมมองส่วนตัวอย่างไร ESG compliance ย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจของคุณทั้งสิ้น การทำความเข้าใจในประเด็นนี้จึงเป็นเรื่องจำเป็น

Your browser does not support the video tag.

การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม

"E" ใน ESG หมายถึง Environmental ที่เน้นการปฏิบัติตามข้อกำหนดและมาตรฐานด้านความยั่งยืนขององค์กร ครอบคลุมความพยายามในการลดการปล่อยคาร์บอน อนุรักษ์พลังงานและน้ำ การจัดการของเสียอย่างรับผิดชอบ การปกป้องระบบนิเวศและอื่น ๆ แม้บางแนวปฏิบัติเป็นทางเลือก แต่อีกหลายประเด็นเป็นข้อบังคับซึ่งองค์กรทุกแห่งต้องดำเนินการโดยไม่ขึ้นกับความเห็นส่วนตัว — จะกล่าวรายละเอียดในภายหลัง

โดยรวมแล้ว การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมนำมาซึ่งประโยชน์ต่อผลประกอบการขององค์กร อาทิ การลดต้นทุนดำเนินงานและดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผลสำรวจปี 2021 ระบุว่าผู้บริโภคชาวอเมริกัน 2 ใน 3 ยินดีจ่ายเงินเพิ่มหากสินค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ 78% มีแนวโน้มเลือกซื้อสินค้าติดฉลากว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในทางกลับกัน ผู้บริโภคมากกว่า 3 ใน 4 ระบุว่าจะ เลิกสัมพันธ์กับธุรกิจ ที่ละเลยหลักการ ESG

นอกจากนี้ นักลงทุนยังให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดสิ่งแวดล้อมขององค์กร เนื่องจากส่งผลต่อความยั่งยืนและชื่อเสียงในระยะยาว รวมถึงเศรษฐกิจโลก งานวิจัยล่าสุดพบว่า อุณหภูมิที่สูงขึ้นสามารถ ลด GDP โลกได้ถึง 25% ถือเป็นความเสี่ยงเชิงเศรษฐกิจโดยตรง นักลงทุนตระหนักดีว่าองค์กรที่ปฏิบัติตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมมีความพร้อมรับมือความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนเศรษฐกิจโลกให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสังคม

"S" ใน ESG หมายถึง Social เน้นการปฏิบัติต่อพนักงาน ลูกค้า ซัพพลายเออร์ ชุมชนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างมีจริยธรรม ครอบคลุมการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งส่งเสริมความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (DEI)

ในปี 2023 การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสังคมสำคัญกว่าที่เคย ทั้งผู้บริโภคและพนักงานต่างให้ความสำคัญกับการดำเนินความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ขององค์กร จาก ผลสำรวจล่าสุด พนักงาน 83% อาจพิจารณาเปลี่ยนงาน หากบริษัทมีแนวทาง CSR ที่ขาดความรับผิดชอบ ขณะที่ 54% ของผู้บริโภคทั่วโลกใช้ข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนิน CSR ในการตัดสินใจซื้อสินค้า ทั้งนี้ การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสังคมเสี่ยงต่อการถูกบอยคอต ฟ้องร้อง และสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงแบรนด์

ในมุมของนักลงทุน การปฏิบัติตามด้านสังคมเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จและความยั่งยืนขององค์กร โดย 78% ของนักลงทุนให้ความสำคัญกับรายงาน CSR เมื่อประเมินองค์กร การดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงชุมชน ลูกค้า และพนักงาน จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สร้างผลกำไร และนำไปสู่การเติบโตที่มั่นคง

ธรรมาภิบาลองค์กร

"G" ใน ESG หมายถึง Governance ซึ่งอ้างถึงโครงสร้างและการกำกับดูแลองค์กรเพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักจริยธรรมและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจ เชื่อมโยงกับองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ภาวะผู้นำระดับผู้บริหาร ค่าตอบแทน คณะกรรมการ ผู้ถือหุ้น มาตรการป้องกันคอร์รัปชัน และอื่น ๆ

ธรรมาภิบาลที่แข็งแกร่งส่งเสริมชื่อเสียงและคุณค่าขององค์กรในหลายมิติ ประการแรก สร้างความสอดคล้องของผลประโยชน์ระหว่างพนักงาน ผู้บริหาร กรรมการ และผู้ถือหุ้น เพื่อเพิ่มคุณภาพการตัดสินใจเชิงธุรกิจ ประการที่สอง ช่วยให้องค์กรมีทิศทางและกลยุทธ์ที่ชัดเจน พร้อมสื่อสารต่อผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประการที่สาม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของโครงสร้างองค์กรในการรับมือกับความท้าทาย และสุดท้าย คือ การสร้างความโปร่งใสกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสาธารณะ ซึ่ง 60% ของผู้บริโภคมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการพิจารณาแบรนด์

ESG Reporting คะแนนกรอบแนวทาง และข้อบังคับ

ESG Reporting คืออะไร

คล้ายกับการได้รับสมุดพกเมื่อยังอยู่ประถม ESG reporting คือรูปแบบขององค์กรในการรายงานผลการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม บุคลากร และโครงสร้างการบริหารองค์กร

องค์กรจะรวบรวมข้อมูลการดำเนินการในทั้งสามด้านดังกล่าวเพื่อติดตามความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถแบ่งปันข้อมูลให้แก่นักลงทุน ลูกค้า และสาธารณะ ESG reporting มีความสำคัญพอ ๆ กับการดำเนินการปฏิบัติตามข้อกำหนด เพราะเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบความรับผิดชอบ ส่งเสริมความโปร่งใส และกระตุ้นองค์กรให้พัฒนาการดำเนินงาน อีกทั้งช่วยให้นักลงทุนตัดสินใจลงทุนได้ดีขึ้น ส่งผลให้องค์กรสามารถระดมทุนได้มากยิ่งขึ้น

ESG Scoring คืออะไร

ESG scoring คือเครื่องมือสื่อสารถึงความพยายามขององค์กรในการปฏิบัติตาม ESG แม้จะดูเหมือนว่าง่ายที่องค์กรจะสร้างภาพลักษณ์ว่าปฏิบัติตาม ESG ด้วยข่าวประชาสัมพันธ์หรือแคมเปญการตลาด แต่การดำเนินงานเชิงรูปธรรมเท่านั้นที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจริง ESG scoring ทำหน้าที่นี้ด้วยการให้คะแนนเฉพาะองค์กรที่ได้ดำเนินการจริงเท่านั้น

ESG Compliance Map

แม้จะไม่มีหน่วยงานมาตรฐานกลางในการกำหนด ESG score แต่คะแนนเหล่านี้มักออกโดยบริษัทลงทุน บริษัทที่ปรึกษา NGO หรือองค์กรอื่น ๆ หลังจากวิเคราะห์ข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับการดำเนินงานด้าน ESG อย่างครอบคลุม

ปัจจุบันองค์กรจำนวนมากเริ่มนำเสนอ ESG disclosure ควบคู่กับรายงานผลประกอบการรายไตรมาสหรือรายปี เพื่อแสดงความมุ่งมั่นต่อเป้าหมาย ESG อย่างเป็นรูปธรรม

ESG Framework คืออะไร

ESG frameworks คือแนวปฏิบัติแนะแนวทางที่องค์กรต่าง ๆ กำหนดขึ้นโดยสมัครใจ เพื่อช่วยให้องค์กรวางแผนและดำเนินงานด้าน ESG ได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องมือในการระบุโอกาส ประเมินความเสี่ยง และกำหนดรูปแบบรายงาน ESG หาก ESG report เปรียบเสมือนสมุดพก ESG framework ก็คือแผนที่นำทางสำหรับการทำงานเหล่านั้น ปัจจุบันมี ESG framework มากมายให้เลือกใช้งาน โดยมีบางกรอบสำคัญที่ควรรู้จัก

ESG Framework หลัก

Global Reporting Initiative (GRI)

Global Reporting Initiative (GRI) คือองค์กรอิสระระดับนานาชาติที่ช่วยธุรกิจและองค์กรต่าง ๆ ถือความรับผิดชอบต่อผลกระทบจาก ESG โดยให้แนวปฏิบัติระดับโลกในการสื่อสารประเด็นดังกล่าว GRI เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับและใช้งานอย่างแพร่หลาย ก่อตั้งในปี 1997 หลังเหตุการณ์น้ำมันรั่ว Exxon Valdez เดิมมุ่งเน้นความโปร่งใสด้านความยั่งยืน แต่ต่อมามีการขยายครอบคลุมถึงประเด็นด้านสังคมและธรรมาภิบาล

มาตรฐาน GRI แบ่งออกเป็น สามหมวดหลัก ได้แก่ Universal Standards, Sector Standards, Topic Standards Universal Standards ใช้กับทุกองค์กร ขณะที่ Sector กับ Topic Standards เป็นแนวปฏิบัติสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม เช่น น้ำมัน เกษตร สิ่งทอ และอีกมากมาย โดย GRI มีแผนพัฒนาเกณฑ์สำหรับ 40 อุตสาหกรรม เพื่อให้องค์กรหลากหลายกลุ่มสามารถทำ ESG report ที่มีรายละเอียดมากขึ้น

Sustainability Accounting Standards Board (SASB)

Sustainability Accounting Standards Board (SASB) คือองค์กรไม่แสวงหากำไรที่ช่วยองค์กรใน 77 อุตสาหกรรมเปิดเผยข้อมูล ESG ที่เกี่ยวข้องแก่นักลงทุน ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 เพื่อสร้างภาษากลางระหว่างธุรกิจกับนักลงทุนเกี่ยวกับผลกระทบทางการเงินจากความยั่งยืน ปัจจุบัน SASB แบ่งครอบคลุม 5 มิติหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อม ทุนมนุษย์ ทุนทางสังคม โมเดลธุรกิจและนวัตกรรม และภาวะผู้นำ/ธรรมาภิบาล

ในปี 2022 SASB ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ International Sustainability Standards Board (ISSB) เพื่อพัฒนากรอบแนวปฏิบัติร่วมกับองค์กรระดับโลกอื่น ๆ รวมถึง Task Force for Climate-related Financial Disclosures (TCFD)

Task Force for Climate-related Financial Disclosures (TCFD)

Task Force for Climate-related Financial Disclosures (TCFD) ก่อตั้งเมื่อปี 2015 เพื่อกำหนดแนวทางเกี่ยวกับประเภทของข้อมูล ESG ที่ควรเปิดเผยเพื่อให้นักลงทุน สถาบันการเงิน และบริษัทประกันภัยประเมินและกำหนดราคาความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเหมาะสม ในปี 2017 TCFD ออกร่างข้อเสนอแนะ ซึ่งประกอบด้วย 4 เสาหลัก — ธรรมาภิบาล กลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และตัวชี้วัด/เป้าหมาย — เพื่อช่วยให้ทั้งองค์กรและนักลงทุนมีความเข้าใจเชิงลึกต่อความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

ESG Regulation คืออะไร

เมื่อเข้าใจเรื่อง ESG reporting และ framework แล้ว องค์ประกอบสุดท้ายหนึ่งที่ต้องเรียนรู้คือข้อบังคับ ESG ซึ่งคือกฎระเบียบที่รัฐบาลบังคับใช้องค์กรในการเปิดเผยการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล

ข้อบังคับ ESG แตกต่างจาก framework ตรงที่เป็นข้อบังคับตามกฎหมาย ขณะที่ framework เป็นแนวทางทางเลือก มีโครงสร้างอิสระ การละเมิดข้อบังคับ ESG นำไปสู่ผลกระทบที่มีนัยสำคัญ อาทิ ค่าปรับ การฟ้องร้อง หรือความเสียหายต่อชื่อเสียงแบรนด์ กรณีตัวอย่างเช่น Wells Fargo ซึ่งถูกปรับเป็นมูลค่า 97.8 ล้านดอลลาร์ จากการขาดการตรวจสอบความเสี่ยงด้าน compliance การไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับในลักษณะนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน การระดมทุน และอาจนำไปสู่กระแสต่อต้านจากลูกค้า ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่องค์กรจำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ESG อย่างเคร่งครัด

ข้อบังคับ ESG สำคัญที่ควรรู้

กฎข้อเสนอการเปิดเผยข้อมูลด้านสภาพอากาศของ SEC

ต้นปี 2022 U.S. Securities and Exchange Commission (SEC) ของสหรัฐฯ เสนอปรับปรุงกฎให้บริษัทต่าง ๆ ต้องเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงด้านสภาพอากาศในรายงานลงทะเบียนและรายงาน ESG รวมถึงข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญในยุคปัจจุบัน

กฎการเปิดเผยข้อมูลด้านสภาพอากาศของ SEC ถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2024 และมีกำหนดบังคับใช้ปลายเดือนพฤษภาคม แต่หลังเผชิญคดีความหลายคดี รวมถึงจาก NGO ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น Sierra Club ที่มองว่ากฎหมายไม่เคร่งครัดพอ SEC จึงระงับการบังคับใช้ชั่วคราว หน่วยงานกลางแห่งนี้เตรียมต่อสู้ทางคดีและปกป้องข้อบังคับ ESG ที่เสนอไว้ก่อนจะดำเนินการต่อในอนาคต

Corporate Sustainability Reporting Directive

ตั้งแต่เดือนมกราคม 2024 บริษัทเกือบ 50,000 แห่งทั่วโลก รวมทั้งบริษัทนอก EU ที่มีบริษัทย่อยในสหภาพยุโรปหรือจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ EU ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด ESG ตามกฎหมายใหม่ของ EU ที่ชื่อ Corporate Sustainability Reporting Directive (CSRD) ตามข้อมูลจาก KPMG ข้อกำหนดใหม่นี้มีขอบเขตและเนื้อหาหนักกว่ากฎหมายก่อนหน้าอย่าง Non-Financial Reporting Directive (NFRD) อย่างมาก โดยบริษัทที่เกี่ยวข้องต้องเปิดเผยข้อมูลและเป้าหมายจำนวนมาก การส่งรายงานของกลุ่มบริษัทที่เข้าข่ายนี้จะเริ่มในปี 2025

Corporate Sustainability Due Diligence Directive (CSDDD)

ข้อบังคับ ESG สำคัญอีกฉบับหนึ่งที่ EU ออกใหม่ คือ Corporate Sustainability Due Diligence Directive ซึ่งผ่านกระบวนการอนุมัติอย่างเข้มข้นและ ผ่านความเห็นชอบจาก European Parliament ในเดือนเมษายน 2024 CSDDD กำหนดให้องค์กรที่เกี่ยวข้อง — ไม่ว่าจะเป็นบริษัทใน EU หรือธุรกิจนอกกลุ่มที่ดำเนินกิจการใน EU — ต้องดำเนินมาตรการเพื่อลดและแก้ไขผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน

กฎหมายฉบับนี้อ้างอิงขั้นตอนตรวจสอบตามเอกสาร Due Diligence Guidance for Responsible Business Conduct ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งรวมถึงการระบุและประเมินผลกระทบทั้งในกระบวนการภายในและคู่ค้า การดำเนินมาตรการลดความเสี่ยงแบบเจาะจง และการติดตามประสิทธิผลของมาตรการเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง ภายใน 2 ปีหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ (พฤษภาคม 2024) ประเทศสมาชิก EU ต้องออกกฎหมายระดับชาติรองรับข้อกำหนดนี้ ดังนั้นองค์กรน่าจะต้องเริ่มดำเนินการตาม CSDDD ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

The Sustainable Finance Disclosure Regulation (SFDR)

Sustainable Finance Disclosure Regulation (SFDR) คือข้อบังคับของ EU ที่เน้นส่งเสริมความโปร่งใสและความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการเงิน โดยมีผลใช้ตั้งแต่มีนาคม 2021 และบังคับใช้อย่างเป็นทางการในกุมภาพันธ์ 2023 กำหนดให้ผู้ดำเนินธุรกิจตลาดการเงินต้องเปิดเผยข้อมูล ESG อย่างชัดเจนและได้มาตรฐาน เพื่อลดปัญหา greenwashing และกระตุ้นการลงทุนในกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ประโยชน์ของ ESG Compliance

Your browser does not support the video tag.

แม้การรวบรวมและจัดการข้อมูล compliance อาจดูเป็นงานที่ท้าทายและใช้เวลามาก แต่เมื่อมองระยะยาวจะเป็นประโยชน์กับธุรกิจของคุณอย่างยิ่ง นอกจากเป็นข้อบังคับและเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ESG compliance ยังให้ประโยชน์ต่อผลประกอบการในหลายด้าน เช่น

ความภักดีของลูกค้าและพนักงาน

การยึดมั่นในแนวทางธุรกิจที่มีความรับผิดชอบและจริยธรรม จะยกระดับชื่อเสียงและแบรนด์องค์กร ซึ่งนำไปสู่ความภักดีของทั้งลูกค้าและพนักงาน ผลสำรวจระบุว่า 77% ของผู้บริโภคมีแรงจูงใจซื้อสินค้าจากองค์กรที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์โลกให้ดียิ่งขึ้น ในมุมของการดึงดูดบุคลากร 83% ของพนักงาน จะภักดีต่อองค์กรที่เปิดโอกาสให้ร่วมแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม

ผลประกอบการที่ดีขึ้น

องค์กรส่วนใหญ่มักเห็นผลเชิงประหยัดจาก ESG ในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการปรับกระบวนการให้มีประสิทธิภาพ ลดการใช้ทรัพยากรและต้นทุน ตลอดจนระบุและลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ ESG ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินและส่งผลต่อผลประกอบการในภาพรวม

ดึงดูดนักลงทุน

นอกจากผลประกอบการที่ดีขึ้นแล้ว ESG compliance ยังช่วยดึงดูดนักลงทุนที่ใส่ใจสังคม ทำให้มีโอกาสได้รับเงินทุนและเข้าถึงแหล่งทุนมากขึ้น แม้แต่นักลงทุนที่ไม่ได้เน้นการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบโดยตรงก็ยังชื่นชมผลระยะยาวที่ ESG compliance สร้างให้กับองค์กร

การบริหารความเสี่ยง

ESG reporting ช่วยให้บริษัทติดตามความเสี่ยงและจุดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับ ESG ได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ลดโอกาสเผชิญค่าปรับหรือคดีความจากการละเมิดกฎระเบียบ อีกทั้ง ESG compliance ช่วยให้องค์กรเตรียมพร้อมรับมือกับการหยุดชะงักในห่วงโซ่อุปทาน ปัญหาบุคลากร การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค หรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดอื่น ๆ ได้ดีขึ้น

นวัตกรรม

ESG compliance กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนมากขึ้น ช่วยให้องค์กรสามารถสำรวจตลาดใหม่ สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และเสริมสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

ขั้นตอนง่าย ๆ ในการสร้างกลยุทธ์ ESG ขององค์กร

พร้อมเริ่มต้นเส้นทาง ESG ของคุณแล้วใช่ไหม ต่อไปนี้คือขั้นตอนและแนวทางง่าย ๆ สำหรับเริ่มต้น — ถือเป็น framework ฉบับย่อก็ว่าได้

1. ESG Analysis

ระบุโอกาสและความเสี่ยงด้าน ESG ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมขององค์กร จากนั้นจัดลำดับความสำคัญตามผลกระทบที่มีต่อธุรกิจและสังคม

2. การสื่อสารและสร้างความมุ่งมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

รวบรวมความคิดเห็นและการสนับสนุนจากผู้บริหารและคณะกรรมการเพื่อให้ทุกคนมีเป้าหมายและความเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับประเด็น ESG ที่สำคัญ ก่อนเดินหน้าวางแนวทางปฏิบัติ

3. กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ ESG

กำหนดเป้าหมาย ESG ที่เฉพาะเจาะจง วัดผลได้ และสอดคล้องกับคุณค่าและวิสัยทัศน์ขององค์กร อาจแบ่งย่อยตามระยะเวลาเพื่อให้แต่ละเป้าหมายจัดการได้ง่ายขึ้น

4. เลือกกรอบรายงาน ESG ขององค์กร

ดังที่กล่าวไปแล้ว การเลือก framework สำหรับรายงานถือเป็นหัวใจของกลยุทธ์ ESG ศึกษา framework สำคัญในบทความนี้เพื่อเลือกแบบที่เหมาะสมกับองค์กรของคุณมากที่สุด

5. นำ framework ไปใช้จริง

จัดสรรทรัพยากรบุคคลและงบประมาณอย่างเพียงพอสำหรับดำเนินโครงการ ESG พร้อมสื่อสารแนวทาง ESG และหน้าที่ของแต่ละฝ่ายให้แก่พนักงาน ซัพพลายเออร์ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างทั่วถึง

6. เก็บรวบรวมข้อมูลและตัวชี้วัด

เมื่อวาง framework แล้ว องค์กรต้องสร้างระบบติดตามและรวบรวมข้อมูล ESG ที่สำคัญเพื่อวิเคราะห์และจัดทำรายงาน

7. ทบทวนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

ทบทวนกลยุทธ์ ESG เป็นประจำ ปรับปรุงกระบวนการและเป้าหมายบนพื้นฐานบทเรียนที่ผ่านมา รวมถึงตามข้อบังคับและเทรนด์ใหม่ ๆ เสมอ นี่เป็นโอกาสสำคัญในการลงทุนด้านวิจัยและนวัตกรรมเพื่อหาโอกาสใหม่ ๆ สอดคล้องกับเป้าหมาย ESG ขององค์กร