เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2023 Wolfspeed ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยี Silicon Carbide ได้ประกาศแผนการก่อสร้างโรงงานผลิตเวเฟอร์ silicon carbide (SiC) ขนาด 200 มม. แห่งใหม่ที่ทันสมัยในรัฐซาร์ลันด์ ประเทศเยอรมนี การประกาศนี้จัดขึ้นที่พื้นที่ขนาด 35 เอเคอร์ (14 เฮกตาร์) ซึ่งเป็นไซต์ของโรงงานที่วางแผนจะสร้างบนพื้นที่โรงไฟฟ้าถ่านหินเดิมในซาร์ลันด์ การก่อสร้างโรงงานคาดว่าจะเริ่มต้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2023 โดยต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปก่อน
โรงงานนี้จะเป็นสถานที่พัฒนาและผลิต SiC ที่ใหญ่ที่สุดในสหภาพยุโรป (EU) และถูกวางแผนให้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือภายใต้โครงการ IPCEI (Important Project of Common European Interest) ซึ่งขึ้นอยู่กับการอนุมัติการสนับสนุนจากรัฐโดยคณะกรรมาธิการยุโรป
โรงงานดังกล่าวจะถูกออกแบบให้เหมาะสมกับกระบวนการผลิตชิ้นส่วน silicon carbide รุ่นถัดไป Wolfspeed ระบุว่าโรงงานแห่งใหม่นี้จะมีการจ้างงานมากกว่า 600 คน และมีมาตรการด้านความยั่งยืนที่เป็นนวัตกรรมใหม่
โครงการนี้มีมูลค่าประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์ โดย ZF Friedrichshafen AG จากเยอรมนี ซึ่งเป็นหนึ่งในซัพพลายเออร์อุตสาหกรรมยานยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลก จะลงทุน 185 ล้านดอลลาร์ เพื่อถือหุ้นส่วนน้อยในโรงงานดังกล่าว
โรงงานในยุโรปนี้ถือเป็นส่วนสำคัญของแผนการขยายกำลังการผลิตมูลค่า 6.5 พันล้านดอลลาร์ของ Wolfspeed ซึ่งรวมถึงการเปิดโรงงาน Mohawk Valley ขนาด 200 มม. ที่ Marcy รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนเมษายน 2022 และการก่อสร้าง John Palmour Manufacturing Center for Silicon Carbide ขนาด 445 เอเคอร์ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา
Gregg Lowe ประธานและ CEO ของ Wolfspeed ได้กล่าวว่า “ชิ้นส่วน silicon carbide ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและเป็นสิ่งสำคัญในแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบไฟฟ้ายั่งยั่งยืนทั่วโลก” เขากล่าวต่อว่า “โรงงานแห่งใหม่นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสนับสนุนการขยายตัวของเราในอุตสาหกรรมที่มีข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตและเติบโตเร็วโดยเฉพาะในตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (EV) การมีโรงงานตั้งอยู่ใจกลางยุโรปใกล้กับลูกค้าและพันธมิตรนับว่ามีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านเทคโนโลยี silicon carbide รุ่นถัดไป”
Wolfspeed ยังประกาศว่าจะจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าของระบบและอุปกรณ์ SiC สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมการเดินทาง อุตสาหกรรม และพลังงาน ร่วมกับ ZF โดยศูนย์ R&D นี้จะมุ่งเน้นนวัตกรรมระบบและอุปกรณ์ Silicon Carbide เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่มในทุกภาคส่วนการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์เชิงพาณิชย์สำหรับผู้บริโภค เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม รวมถึงตลาดพลังงานหมุนเวียนและอุตสาหกรรม นอกจากนี้ความร่วมมือนี้ยังจะช่วยพัฒนาประสิทธิภาพ ความหนาแน่นพลังงาน และสมรรถนะที่ดียิ่งขึ้นสำหรับโซลูชันระบบไฟฟ้า
ZF และ Wolfspeed เป็นพันธมิตรกันมาตั้งแต่ปี 2019 โดยร่วมกันสร้างระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงชั้นนำของอุตสาหกรรมด้วย Silicon Carbide อินเวอร์เตอร์
Gregg Lowe ประธานและ CEO ของ Wolfspeed กล่าวเพิ่มเติมว่า “ZF เป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งซึ่งมีประสบการณ์ชั้นนำด้านการปรับขนาดชิ้นส่วนสำหรับการเดินทางไฟฟ้า และมีความสามารถในการเร่งนวัตกรรมในระบบและอุปกรณ์ Silicon Carbide ผมมั่นใจว่าความร่วมมือนี้จะยกระดับเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ Silicon Carbide สู่การเปลี่ยนแปลงระดับโลก สนับสนุนความพยายามด้านความยั่งยืนและประสิทธิภาพในหลายอุตสาหกรรม”
“โครงการเหล่านี้เป็นอีกก้าวสำคัญสู่การเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมสำเร็จ เสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานในยุโรป และในขณะเดียวกันยังสนับสนุน European Green Deal รวมถึงเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของทศวรรษดิจิทัลยุโรป” ดร. Holger Klein CEO ของ ZF กล่าว