พระราชบัญญัติ Modern Slavery ของสหราชอาณาจักรคืออะไร

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ Modern Slavery ของสหราชอาณาจักรและผลกระทบต่อบริษัทและองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก

พระราชบัญญัติ Modern Slavery ของสหราชอาณาจักรคืออะไร

พระราชบัญญัติ Modern Slavery ของสหราชอาณาจักรได้รับการรับรองโดยรัฐสภาสหราชอาณาจักรในปี 2015 กฎหมายดังกล่าวห้ามการค้ามนุษย์เพื่อวัตถุประสงค์ในการเป็นทาสยุคใหม่

กฎหมายนี้บังคับให้องค์กรต่าง ๆ จัดทำคำรับรองเพื่อแสดงถึงความพยายามในการป้องกันมิให้เกิดการเป็นทาสและการค้ามนุษย์ในสถานประกอบการของตน

การทราบข้อกำหนดที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของคุณปฏิบัติตามถือเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการขาดการปฏิบัติตามข้อกำหนด โดยอาจส่งผลกระทบต่อสายการผลิตสินค้าของคุณ

กฎหมายนี้บังคับใช้กับใคร

กฎหมายนี้มีผลกับทุกองค์กรที่ประกอบธุรกิจในสหราชอาณาจักรและมีรายรับต่อปีตั้งแต่ $40.9 ล้านขึ้นไป โดยข้อกำหนดเหล่านี้มีผลกับทั้งกิจกรรมขององค์กรดังกล่าว รวมถึงเครือข่ายซัพพลายเออร์ขององค์กรด้วย

ข้อกำหนดของ Modern Slavery Act แบ่งออกเป็นสองแนวทางสำคัญดังนี้

  1. ดำเนินการเพื่อค้นหา ป้องกัน และลดการเป็นทาสยุคใหม่ทั้งภายในองค์กรและห่วงโซ่อุปทาน
  2. เผยแพร่รายงานประจำปีภายใน 6 เดือนนับจากสิ้นสุดรอบบัญชีองค์กร เพื่อรายงานผลการดำเนินงานข้างต้น

การปรับปรุง Modern Slavery Act ในปี 2020

รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้เห็นชอบข้อกำหนดเพิ่มเติมบางประการต่อ Modern Slavery Act ในปี 2020 โดยข้อกำหนดใหม่กำหนดให้องค์กรต้องกล่าวถึงหัวข้อเฉพาะในแถลงการณ์เรื่องการเป็นทาสยุคใหม่ รวมทั้งต้องยื่นแถลงการณ์ผ่านแพลตฟอร์มใหม่ของหน่วยงานรัฐบาล

เกณฑ์เพิ่มเติมหลายประการจะกลายเป็นข้อบังคับหลังจากที่มีการอนุมัติแก้ไขกฎหมายโดยรัฐสภาสหราชอาณาจักร

ข้อกำหนดชัดเจนที่ธุรกิจต้องดำเนินการหลังปรับปรุงปี 2020 มีดังนี้

ธุรกิจที่มีรายได้เกิน $40.9 ล้านและหน่วยงานสาธารณะที่มีงบประมาณเกิน £40.9 ล้านต้องจัดทำแถลงการณ์เกี่ยวกับการต่อต้านการเป็นทาสยุคใหม่ประจำปี โดยแถลงการณ์ต้องชี้แจงความพยายามขององค์กรภายในปีนั้นในการค้นหา ป้องกัน และลดการเป็นทาสยุคใหม่ในกิจการและห่วงโซ่อุปทาน

6 ประเด็นที่ควรรวมไว้ในแถลงการณ์องค์กรหรือหน่วยงานสาธารณะ ได้แก่

  1. โครงสร้างองค์กรและห่วงโซ่อุปทาน
  2. การประเมินและบริหารความเสี่ยง
  3. การให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับการเป็นทาสยุคใหม่และการค้ามนุษย์
  4. นโยบายเกี่ยวกับการเป็นทาสยุคใหม่และการค้ามนุษย์
  5. ความพยายามในการป้องกันการเป็นทาสยุคใหม่
  6. กระบวนการตรวจสอบและกลั่นกรองคู่ค้าทางธุรกิจ (due diligence)

หากองค์กรหรือหน่วยงานสาธารณะไม่สามารถรายงานหัวข้อใดหัวข้อหนึ่งข้างต้นได้ ต้องมีจดหมายชี้แจงเหตุผลในการไม่สามารถดำเนินการดังกล่าว

ต้องเผยแพร่แถลงการณ์ประจำปีเกี่ยวกับการเป็นทาสยุคใหม่ทุกปีภายในวันที่ 30 กันยายน ที่เว็บไซต์ทะเบียนของสหราชอาณาจักร

ร่างแก้ไขเพิ่มเติมที่เสนอต่อในปี 2021

มีการเสนอกฎหมาย Modern Slavery (Amendment) Bill ต่อสภาขุนนางในวันที่ 15 มิถุนายน

ร่างกฎหมายนี้เสนอข้อกำหนดใหม่ทั้งด้านการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติตามข้อบังคับ รวมทั้งบทลงโทษในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดบางประการของกฎหมาย

การเปลี่ยนแปลงที่ร่างกฎหมายจะก่อให้เกิดขึ้น

ร่างกฎหมายนี้จะปรับปรุงพระราชบัญญัติฯ กำหนดให้การให้ข้อมูลเท็จในแถลงการณ์เกี่ยวกับการเป็นทาสยุคใหม่และการค้ามนุษย์เป็นความผิดทางอาญา

ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อแถลงการณ์จะถือว่ากระทำความผิดตามหมวดใหม่ของกฎหมาย หากข้อมูลในแถลงการณ์เป็นเท็จหรือไม่สมบูรณ์ในสาระสำคัญ และบุคคลนั้นรู้หรือประมาทเลินเล่อว่าข้อมูลขาดความถูกต้อง

ผู้มีหน้าที่ที่ร่างกฎหมายกล่าวถึงหมายถึง กรรมการ (สำหรับบริษัท) หุ้นส่วน (สำหรับห้างหุ้นส่วน) หรือสมาชิกร่วมห้างหุ้นส่วนจำกัด

หากสหราชอาณาจักรผ่านร่างกฎหมายนี้ จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้องค์กรและหน่วยงานสาธารณะต้องจัดทำแถลงการณ์ที่ถูกต้อง

อีกข้อเสนอหนึ่งในร่างกฎหมายจะกำหนดให้การที่บริษัทดำเนินการจัดซื้อจากซัพพลายเออร์หรือซับซัพพลายเออร์ที่ไม่ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความโปร่งใสขั้นต่ำหลังจากถูกคำเตือนอย่างเป็นทางการโดย Independent Anti-slavery Commissioner ถือเป็นการละเมิดกฎหมาย

ร่างกฎหมายจะผ่านหรือไม่

ร่างกฎหมายนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองสภาของรัฐสภาสหราชอาณาจักร โดยอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมในกระบวนการพิจารณา เช่นเดียวกับกฎหมายเกี่ยวกับการเป็นทาสยุคใหม่และการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายนี้อาจประสบอุปสรรคทางกฎหมาย เนื่องจากจัดเป็น “private member’s bill” หรือร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกรัฐสภารายบุคคลที่ไม่ได้เป็นตัวแทนฝ่ายบริหาร

โดยลักษณะนี้ถือเป็นจุดสำคัญเนื่องจากมีเวลาจำกัดสำหรับการพิจารณาร่างกฎหมายประเภทนี้และโดยทั่วไปร่างกฎหมายดังกล่าวยังไม่ได้รับการสนับสนุนข้ามพรรคการเมือง ด้วยเหตุนี้โอกาสในการที่ร่าง private member’s bill จะได้รับการอนุมัติผ่านทั้งสองสภาจึงเกิดขึ้นได้ยากมาก