3 แนวโน้มสำคัญของการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์และการเลิกผลิตที่ควรจับตา

อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและความผันผวนในช่วงที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ธุรกิจต่าง ๆ ต้องเร่งดำเนินการเพื่อลดความรุนแรงของวิกฤติขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

3 แนวโน้มสำคัญของการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์และการเลิกผลิตที่ควรจับตา

อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงและความผันผวนหลายประการเมื่อไม่นานมานี้ ส่งผลให้ธุรกิจต่าง ๆ ต้องดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์  

นับตั้งแต่นั้น องค์กรต่าง ๆ จึงมุ่งเน้นการระบุความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานของตน และจัดทำมาตรการเชิงรุกเพื่อบรรเทาความเสี่ยง พร้อมแผนเสริมสร้างความยืดหยุ่นต่อวิกฤตการณ์

ในกระบวนการดังกล่าว OEM ควรพิจารณาความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนอย่างรอบด้าน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์และการเลิกผลิต ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์อาจปรับเปลี่ยน อัปเดต หรือเลิกผลิตผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการผลิตด้วยเหตุผลต่าง ๆ  

ต่อไปนี้เป็นแนวโน้มสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์หรือการเลิกผลิต  

Obsolescence Trends

นวัตกรรมทางเทคโนโลยีและการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด 

การพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีในทศวรรษที่ผ่านมาสร้างความต้องการชิ้นส่วนที่มีขนาดเล็กลง เร็วขึ้น และยืดหยุ่นมากขึ้น กล่าวคือ ชิ้นส่วนต่าง ๆ ต้องปรับเปลี่ยนดีไซน์ ขนาด และคุณสมบัติด้านเทคนิคอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ชิ้นส่วนรุ่นเก่าถูกเลิกผลิตในอัตราที่เร็วขึ้น  

แนวโน้มความต้องการชิ้นส่วนที่เล็กและเร็วกว่าส่งผลให้จำนวนทรานซิสเตอร์บนชิปเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุก ๆ สองปี ผู้ผลิตจึงให้ความสำคัญกับการผลิตเทคโนโลยีที่มีอุปสงค์สูงและเลิกผลิตเทคโนโลยีรุ่นเก่าเร็วขึ้น  

หลังการแพร่ระบาด มีการลงทุนเพื่อสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ใหม่จำนวนมาก สหรัฐฯ จีน ยุโรป และประเทศอื่น ๆ ให้ความสำคัญกับเซมิคอนดักเตอร์เป็นสินทรัพย์ความมั่นคงระดับชาติ รัฐบาลเหล่านี้ประกาศสนับสนุนเม็ดเงินนับพันล้านดอลลาร์เพื่อยกระดับขีดความสามารถการผลิตชิปในประเทศ ผู้นำอุตสาหกรรมอย่าง GlobalFoundries, Intel, Samsung, TSMC และ Texas Instruments กำลังสร้างโรงงานผลิตในหลายภูมิภาคโดยได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ โรงงานขนาดใหญ่แห่งใหม่ 14 แห่งเริ่มดำเนินการในปี 2021 หลายแห่งในปี 2022 และมีแผนเปิดเพิ่มอีกในปี 2023 และ 2024 โดยโรงงานใหม่จำนวนมากจะเน้นการผลิตชิ้นส่วนเทคโนโลยีที่มีศักยภาพเติบโตสูง เช่น 5G, AI และยานยนต์ ดูข้อมูลเพิ่มเติม  

การควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A)  

การควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) เป็นกลยุทธ์ที่ธุรกิจใช้มาอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมแกร่ง ขยายธุรกิจและลดต้นทุน หลังเกิดการแพร่ระบาด อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีการควบรวมและเข้าซื้อกิจการเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพื่อเพิ่มศักยภาพ ขยายเชิงภูมิศาสตร์ และเสริมสร้างฐานความรู้และบุคลากร หลังจากมีการควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการ องค์กรมักรีดประสิทธิภาพ ควบรวม และยกเลิกสายผลิตภัณฑ์ที่ซ้ำซ้อนหรือมีผลประกอบการต่ำ ส่งผลให้เกิด PCN (การแจ้งเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์) และ EOL (สิ้นสุดวงจรชีวิต)  

ตัวอย่างเช่น ข้อมูลของเราระบุว่ามีจำนวน EOL เพิ่มขึ้นในปี 2016-2017 อันเป็นผลจากการควบรวมและเข้าซื้อกิจการของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่หลายรายในปี 2015 และ 2016 เช่น NXP, Broadcom, Altera และ ARM ในปี 2020-2021 มีคลื่นการควบรวมและเข้าซื้อกิจการขนาดใหญ่อีกระลอกที่มีมูลค่ารวมประมาณ 118 พันล้านดอลลาร์ ปีที่แล้วแนวโน้มเปลี่ยนเป็นบริษัทขนาดใหญ่เข้าซื้อบริษัทนวัตกรรมขนาดเล็กเพื่อรักษาการเติบโตทางเทคโนโลยี คาดว่าการควบรวมและเข้าซื้อกิจการบางส่วนในปี 2022 จะนำไปสู่ PCN ในปีนี้และปีถัดไป  

PCN การเลิกผลิต และมาตรฐาน JEDEC 

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ ซัพพลายเออร์จำเป็นต้องออกประกาศแจ้งเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ (PCN) อย่างละเอียดตามมาตรฐาน JEDEC โดยมาตรฐานนี้ใช้ทั่วโลกเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการรายงานการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ให้ลูกค้าทราบได้ทันท่วงที โดยข้อกำหนดระบุว่าซัพพลายเออร์ต้องแจ้ง PCN ล่วงหน้าอย่างน้อย 90 วันก่อนการเปลี่ยนแปลงที่เสนอ แม้ซัพพลายเออร์จะพยายามดำเนินการให้สอดคล้องกับมาตรฐานนี้ แต่ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า PCN จำนวนมากตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมาไม่ได้เป็นไปตามข้อกำหนด JEDEC  

PCN ที่สอดคล้องกับ JEDEC ปี 2020-2022

สรุป 

การบริหารการเลิกผลิตของชิ้นส่วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของแผนเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน 

PCN ส่งผลต่อการดำเนินงานของทั้งฝ่ายจัดซื้อ (Procurement) ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) การปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance) และวิศวกรรม การสร้างแผนการเลิกผลิตที่เป็นเชิงรุกจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาความต่อเนื่องและกำไรของธุรกิจ  

ศึกษาวิธีที่ Z2Data PRM สามารถช่วยองค์กรบรรเทาความเสี่ยงจาก PCN และ EOL ได้อย่างเชิงรุก