เหตุผลที่รหัส HTS มีความสำคัญต่อการวิเคราะห์ความเปราะบางต่อภาษีศุลกากรขององค์กรของคุณ

เมื่อสินค้าจำนวนมากขึ้นถูกกำหนดให้ต้องเสียภาษีศุลกากรใหม่ องค์กรจำเป็นต้องทำความเข้าใจหนึ่งในแหล่งข้อมูลสำคัญ ได้แก่ Harmonized Tariff Schedule (HTS) ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ HTS ขอบเขตที่ครอบคลุม และแนวทางใช้งานระบบนี้

เหตุผลที่รหัส HTS มีความสำคัญต่อการวิเคราะห์ความเปราะบางต่อภาษีศุลกากรขององค์กรของคุณ

สาระสำคัญของบทความ:

  • Harmonized System หรือ HS คือระบบจัดหมวดหมู่สินค้า พัฒนาและดูแลโดย World Customs Organization (WCO) เพื่อให้แต่ละประเทศอ้างอิงมาตรฐานสากลในการระบุและจำแนกประเภทสินค้า รวมถึงการกำหนดอัตราภาษีศุลกากร
  • HTS หรือ Harmonized Tariff Schedule คือระบบของสหรัฐอเมริกาสำหรับจัดหมวดหมู่สินค้าและประเมินอัตราภาษีสำหรับสินค้านำเข้าทั้งหมดเข้าสู่ประเทศ 
  • HTS มิได้ครอบคลุมเฉพาะสินค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชิ้นส่วน แร่ สารเคมี และวัตถุดิบต่าง ๆ เพื่อให้สามารถบันทึกการนำเข้าสินค้าทุกประเภท ไม่ว่าจะแตกต่างกันในช่วงระหว่างวัตถุดิบถึงสินค้าสำเร็จรูป 

การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลชุดใหม่ในสหรัฐอเมริกามาพร้อมกับการขับเคลื่อนนโยบายการค้าระดับประเทศอย่างมาก แม้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน (ซึ่งดำรงตำแหน่งก่อนประธานาธิบดีทรัมป์) จะมีท่าทีแข็งกร้าวต่ออุตสาหกรรมการส่งออกของจีน แต่รัฐบาลชุดของท่านโดยทั่วไปไม่ได้เข้าไปแทรกแซงสถานภาพเดิมด้านการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐกับประเทศอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ในปี 2025 สถานะเดิมดังกล่าวถูกละทิ้งเกือบทั้งหมด รัฐบาลทรัมป์นำกลยุทธ์แนวปกป้องทางการค้า protectionist strategy ที่มุ่งต่อรองข้อตกลงจากหลายประเทศเพื่อแลกกับการเข้าถึงตลาดนำเข้าของสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีมูลค่ากว่า 3.8 ล้านล้านดอลลาร์ ถือเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก 

ตั้งแต่สัปดาห์ที่สามของเดือนกุมภาพันธ์ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษี 10% สำหรับสินค้าจีนทั้งหมด กำหนด ภาษี 25% สำหรับเหล็กและอะลูมิเนียม ประกาศแผนเก็บภาษี 25% เพิ่มเติมสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ ยา และชิ้นส่วนยานยนต์ และวางแผนเก็บ "ภาษีตอบโต้" โดยกำหนดอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศต่าง ๆ ให้เทียบเท่าสิ่งที่ประเทศนั้น ๆ เรียกเก็บสำหรับสินค้าจากสหรัฐ มาตรการเหล่านี้สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อภูมิทัศน์การค้าสำหรับธุรกิจอเมริกันนับพันราย ทำให้ผู้นำเข้าสินค้าต้องตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานอย่างละเอียดเพื่อทำความเข้าใจว่าสินค้าหรือชิ้นส่วนย่อยใดที่ได้รับผลกระทบจากภาษีใหม่เหล่านี้ 

เพื่อระบุว่าสินค้าประเภทใดของตนที่อยู่ภายใต้อัตราภาษีนำเข้าใหม่หรือเดิม บริษัทต้องเรียนรู้ถึง “ภาษาการค้า” ที่สำคัญ 2 ระบบ ได้แก่ Harmonized System (HS) และ Harmonized Tariff Schedule (HTS)

เพื่อระบุว่าสินค้าประเภทใดของตนที่อยู่ภายใต้อัตราภาษีนำเข้าใหม่หรือเดิม บริษัทต้องเรียนรู้ถึง “ภาษาการค้า” ที่สำคัญ 2 ระบบ ได้แก่ Harmonized System (HS) และ Harmonized Tariff Schedule (HTS)

HS (Harmonized System) คืออะไร

Harmonized System หรือ HS คือระบบการจำแนกประเภทสินค้า พัฒนาและดูแลโดย World Customs Organization (WCO) เพื่อให้แต่ละประเทศใช้มาตรฐานเดียวกันในการระบุและจัดหมวดหมู่สินค้า รวมถึงการกำหนดอัตราภาษีศุลกากร ตามข้อมูลจาก WCO ระบบ HS มีมากกว่า 5,000 กลุ่มสินค้า แต่ละกลุ่มได้รับรหัส 6 หลัก ปัจจุบันมีมากกว่า 200 ประเทศที่ใช้งาน Harmonized System และ 98% ของการค้าโลกทั้งหมดถูกจัดหมวดหมู่ใน HS 

HTS (Harmonized Tariff Schedule) คืออะไร

HTS หรือ Harmonized Tariff Schedule เป็นระบบของสหรัฐที่พัฒนาต่อยอดจาก HS ระดับสากล ใช้สำหรับจัดหมวดหมู่สินค้าและกำหนดอัตราภาษีสินค้านำเข้าทั้งหมด โดย HTS ใช้รหัส 6 หลักเดียวกับ HS แต่เพิ่มอีก 4 หลัก — 2 หลักสำหรับอัตราภาษีเฉพาะสินค้าดังกล่าว และอีก 2 หลักใช้เป็นรหัสสถิติ

U.S. International Trade Commission (ITC) เป็นผู้จัดพิมพ์และดูแล HTS ในขณะที่ Customs and Border Protection มีหน้าที่บังคับใช้ HTS และอัตราภาษีที่เกี่ยวข้อง ณ ด่านนำเข้าทางการทั้ง 328 แห่งในสหรัฐ 

HTS Code คืออะไร

HTS code คือรหัส 10 หลักที่ ITC กำหนดให้กับสินค้าแต่ละประเภท ตามข้อมูลจาก U.S. Census Bureau ปัจจุบันมี HTS code เฉพาะ ประมาณ 19,000 รายการ สองหลักแรกของ HTS code เรียกว่า “chapter” อ้างถึง 1 ใน 99 หมวดหมู่ของ HS และ HTS สองหลักถัดไปคือ “heading” เป็นชั้นของการจัดหมวดหมู่ย่อยลงไปอีก สองหลักถัดไปเป็น “subheading” หรือรหัสสินค้ารายการนั้น ๆ รวมกัน 6 หลักแรกนี้คือรหัส Harmonized System ที่ยอมรับในระดับสากล

สี่หลักสุดท้ายคือสิ่งที่สร้างความแตกต่างระหว่าง HTS ของสหรัฐกับ HS สากล โดยสองหลักแรกเป็น “rate line” ที่เจ้าหน้าที่ CBP ใช้กำหนดอัตราภาษีนำเข้า สองหลักสุดท้ายคือ “statistical suffix” ใช้สร้างลายนิ้วมือ 10 หลักของสินค้าเพื่อการวิจัยและเก็บข้อมูลการค้า 

เหตุผลที่ HTS Code จำเป็นต่อการทำความเข้าใจภาระภาษีของคุณ

ภาษีนำเข้าสินค้าทั้งหมดที่เข้าสหรัฐจะถูกบริหารผ่าน HTS เจ้าหน้าที่ CBP และผู้เชี่ยวชาญใช้ระบบนี้ร่วมกับ U.S. International Trade Commission-Tariff Database ในการจัดหมวดหมู่และกำหนดอัตราภาษีที่เกี่ยวข้อง 

เพื่อทำความเข้าใจภาระภาษีของตน ผู้นำเข้าควรศึกษาทรัพยากรเหล่านี้ สามารถใช้ฐานข้อมูล USITC ในการค้นหารหัส HTS สินค้าที่นำเข้า เพื่อประเมินภาระภาษีให้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ทางที่ดีที่สุดคือการมี HTS code ของสินค้า/ชิ้นส่วนโดยตรง ไม่ว่าจะได้มาจากซัพพลายเออร์ เอกสารสินค้า หรือแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้บริษัทมองเห็นภาพจริงของอัตราภาษีที่อาจถูกเรียกเก็บเมื่อนำเข้าสินค้า 

ความแตกต่างของ Schedule B และ HTS Code

Schedule B ใช้กับสินค้าส่งออกของสหรัฐ โดยมีหลักการเช่นเดียวกับการทำงานของ HTS กับการนำเข้า โดย HTS อยู่ภายใต้การดูแลของ U.S. International Trade Commission ส่วน Schedule B เผยแพร่โดย United States Census Bureau เช่นเดียวกับ HTS code หกหลักแรกของ Schedule B code ทุกรายการจะตรงกับ HS code ของสินค้ารายการนั้น 

ผู้นำออกสามารถใช้ search engine บน เว็บไซต์ Schedule B ของ Census Bureau เพื่อค้นหารหัส Schedule B สำหรับสินค้าแต่ละประเภทได้ 

วิธีค้นหา HTS Code สำหรับสินค้าและชิ้นส่วน

ผู้นำเข้าสามารถเข้าถึงฐานข้อมูล USITC เพื่อค้นหารหัส HTS 10 หลักสำหรับสินค้านำเข้า แต่ควรระลึกว่า การค้นพบรหัสที่คิดว่าสอดคล้องกับสินค้านำเข้า ไม่ได้แปลว่ารัฐบาลกลางจะจัดหมวดหมู่ให้เหมือนกับที่คิดไว้เสมอ “อัตราภาษีที่คุณขอขึ้นอยู่กับข้อมูลที่คุณให้” Customs and Border Protection อธิบายบน เว็บไซต์ “อัตราภาษีของสินค้าที่คุณนำเข้าอาจไม่เท่ากับที่คุณคาดจากงานวิจัยของคุณเอง”

สินค้านำเข้าทุกรายการต้องมี HTS Code หรือไม่

ข้อมูลทั่วไปอาจเข้าใจผิดกันว่า HTS มีแค่สินค้า ทั้งที่จริง HTS ครอบคลุมชิ้นส่วน แร่ สารเคมี และวัตถุดิบต่าง ๆ เช่น หมวดที่ 28 ส่วนที่ VI ครอบคลุม “สารอนินทรีย์ สารอินทรีย์หรืออนินทรีย์ของโลหะมีค่า โลหะหายาก ธาตุกัมมันตรังสีหรือไอโซโทป” ครอบคลุมทั้งรหัส HTS สำหรับธาตุเคมี กรดอนินทรีย์ และสารประกอบซัลเฟอร์ หมวดอื่น ๆ ของ HTS ยังครอบคลุมการจำแนกตั้งแต่ไหม ฝ้ายไปจนถึงเหล็ก เหล็กกล้า และอะลูมิเนียม 

กล่าวโดยสรุป HTS ถูกออกแบบมาเพื่อครอบคลุมสินค้าทุกประเภทที่นำเข้า ไม่ว่าสินค้านั้นจะเป็นวัสดุดิบหรือสำเร็จรูป 

แนวทางในการเข้าใจ HTS Classification และ Duty Rate Columns

แม้ผู้นำเข้าจะใช้ฐานข้อมูล HTS ของ USITC เพื่อค้นหาสินค้าตนได้ แต่การทำความเข้าใจโครงสร้างโดยรวมของ HTS จะช่วยให้เห็นภาพว่าทาง CBP จะจัดหมวดหมู่สินค้าอย่างไรเมื่อนำเข้าสหรัฐ 

ตัวอย่างเช่น หากนำเข้าหินทรายดิบ ให้เลื่อนดูถึงหมวด 25 “เกลือ สารซัลเฟอร์ ดินและหิน วัสดุก่อสร้าง ยิปซัม ปูนขาวและซีเมนต์” หินทรายในหมวดนี้ “แบบธรรมชาติหรือเจียระไนหยาบ” จะมี 3 คอลัมน์สำหรับ 3 อัตราภาษี คอลัมน์ “General” คืออัตราภาษีสำหรับประเทศที่มีสถานะการค้าปกติกับสหรัฐ (NTR) จะไม่มีการเก็บภาษี ผู้นำเข้าสินค้าหินทรายจากประเทศที่มี NTR จึงไม่ต้องจ่ายภาษี คอลัมน์ “Special” มักใช้กับประเทศที่มีข้อตกลงการค้าพิเศษกับสหรัฐ จะว่างเปล่าหากคอลัมน์ General ฟรี 

สุดท้าย คอลัมน์ 2 สำหรับประเทศที่สหรัฐไม่มีความสัมพันธ์ทางการค้าปกติ ซึ่งจะมีอัตราภาษีสูงกว่า ประเทศในคอลัมน์ 2 ขณะนี้คือ คิวบา เกาหลีเหนือ รัสเซีย และเบลารุส ผู้ผลิตที่นำเข้าหินทรายจาก 4 ประเทศนี้ต้องจ่ายอัตราภาษี $5.30/ลูกบาศก์เมตร

การใช้งาน Harmonized Tariff Schedule มีความสำคัญกว่าที่เคย

ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ในช่วงต้น มีภาษีใหม่ประกาศใช้แล้วมากมายซึ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อภูมิทัศน์การค้าระดับโลก บริษัทสหรัฐที่พึ่งพาห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศไม่เพียงแต่ต้องปรับตัวต่อกำแพงทางการค้าใหม่ๆ แต่ยังจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่ช่วยให้มีความยืดหยุ่นและตอบสนองต่อข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างทันท่วงที เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ องค์กรต้องมองการปฏิบัติตามกฎระเบียบทางการค้ามากกว่าการดำเนินการที่เป็นรายการจบ ต้องปรับเปลี่ยนแนวทางสู่ความยืดหยุ่นและแข็งแกร่งท่ามกลางสภาพแวดล้อมการค้าที่ผันผวนกว่าหลายยุคสมัย

 ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ในช่วงต้น มีภาษีใหม่ประกาศใช้แล้วมากมายซึ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อภูมิทัศน์การค้าระดับโลก

นอกจากการสร้างความชำนาญในด้าน HTS code และ Harmonized Tariff Schedule แล้ว องค์กรยังสามารถใช้โซลูชันการบริหารความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน (SCRM: Supply Chain Risk Management) ที่ทรงพลังอย่าง Z2Data แพลตฟอร์ม Z2Data มีเครื่องมือหลากหลายที่ช่วยบริหารภาระหน้าที่การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการค้านำเข้า ได้แก่ ข้อมูลโปรไฟล์ซัพพลายเออร์ครบถ้วนพร้อมสถานะการปฏิบัติตามข้อกำหนด ข้อมูลเชิงลึกสำหรับซับไทเออร์ที่มีความเสี่ยงสูง และฟีเจอร์คาดการณ์รายชื่อบริษัทที่มีแนวโน้มจะถูกคว่ำบาตรในอนาคต สำหรับองค์กรที่ต้องการกระจายห่วงโซ่อุปทานเพื่อลดผลกระทบจากภาษีระลอกใหม่ Z2Data ยังมีฐานข้อมูลซัพพลายเออร์ ฟีเจอร์วิเคราะห์สายโซ่อุปทาน และแหล่งข้อมูลเชิงลึกต่าง ๆ อีกมากมาย

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม Z2Data และวิธีที่เครื่องมือของเราช่วยให้องค์กรของคุณลดความเสี่ยงและต้นทุนด้านภาษี ติดต่อเพื่อขอเดโมฟรีกับผู้เชี่ยวชาญของเราได้ทันที