สามสัญญาณที่อาจบ่งชี้ว่าคุณกำลังเผชิญ Greedflation จากซัพพลายเออร์ของคุณ

แม้ว่ามาตรการภาษีศุลกากรจะทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อกลับมา แต่ก็เป็นโอกาสให้บางธุรกิจใช้สถานการณ์ดังกล่าวเพื่อกลับมาดำเนิน Greedflation เรียนรู้สามสัญญาณที่บ่งชี้ว่าซัพพลายเออร์ของคุณมีพฤติกรรมนี้

สามสัญญาณที่อาจบ่งชี้ว่าคุณกำลังเผชิญ Greedflation จากซัพพลายเออร์ของคุณ

สรุปประเด็นสำคัญของบทความ:

  • คำว่า greedflation มาจากการรวมกันของ “greed” และ “inflation” หมายถึงการปรับขึ้นราคาที่ไม่ได้เกิดจากแรงกดดันด้านต้นทุนจริง แต่ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการขยายกำไร
  • ในห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ปัจจุบันภาษีศุลกากรเป็นหนึ่งในข้ออ้างหลักของการขึ้นราคา ทีมจัดซื้อควรมีความรอบคอบในการรับมือกับการปรับราคาเหล่านี้ หากซัพพลายเออร์อ้างเรื่องภาษีศุลกากรเป็นเหตุผลในการขึ้นราคา ควรขอเอกสารประกอบรายละเอียด
  • สัญญาณอีกประการของ greedflation คือ price contagion หรือการที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นในเพียงหนึ่งสายผลิตภัณฑ์ส่งผลให้ราคาสินค้าอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นด้วย
  • อีกหนึ่งข้อบ่งชี้ของ greedflation คือการที่อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวในช่วงที่ต้นทุนเข้าสู่ภาวะปกติ หากงบการเงินของซัพพลายเออร์เผยว่ากำไรสูงขึ้นเร็วกว่าอัตราค่าวัตถุดิบหรือค่าขนส่ง แสดงถึงการใช้เรื่องเงินเฟ้อเป็นข้ออ้างสำหรับการเพิ่มกำไร

ในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกเกิดความปั่นป่วน วัตถุดิบขาดแคลน โรงงานปิดตัว และความต้องการพุ่งสูง ทำให้ราคาสินค้าในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วโลกพุ่งขึ้นอย่างมาก แต่ในช่วงแรก การขึ้นราคาดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นการตอบสนองต่อความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนอย่างสมเหตุสมผล ทว่าสถานการณ์โลกเริ่มกลับสู่ปกติ หลายองค์กรกลับสังเกตว่าราคาสินค้าไม่ลดลงตาม

แนวคิด “greedflation” จึงเกิดขึ้นโดยหมายถึงการปรับขึ้นราคาที่ไม่ได้อ้างอิงต้นทุนจริงอีกต่อไปแต่ถูกใช้เพื่อขยายอัตรากำไร แต่เดิมพบในห่วงโซ่ค้าปลีกและน้ำมันเชื้อเพลิง ปัจจุบันปรากฏอย่างเงียบ ๆ ในอุตสาหกรรมการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเผชิญแรงกดดันจากภาษีศุลกากร ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนในการจัดหาชิ้นส่วน

รายงานในปี 2023 โดย Institute for Public Policy Research (IPPR) และ Common Wealth พบว่ากำไรของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกช่วงปี 2019-2022 เพิ่มขึ้นมากกว่าการขึ้นต้นทุนอย่างชัดเจน โดยเติบโตมากกว่า 30% เช่นเดียวกับ งานวิจัยของมหาวิทยาลัย Massachusetts ที่แสดงหลักฐานว่าบริษัทใช้สถานการณ์เงินเฟ้อสูงเป็นโอกาสขึ้นราคาเกินความเหมาะสม แม้ต้นทุนวัตถุดิบหรือค่าขนส่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก

สำหรับทีมจัดซื้อและผู้นำฝ่ายการผลิต ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนข้อเท็จจริงสำคัญว่า การขึ้นราคาบางอย่างไม่ได้สะท้อนแรงกดดันทางเศรษฐกิจเสมอไป แต่อาจเป็นโอกาสในการทำกำไร การสังเกต 3 สัญญาณเหล่านี้ช่วยปกป้องกำไรและรักษาความเป็นธรรมในระบบซัพพลายเออร์

1. การขึ้นราคาที่อ้างเหตุผลจากภาษีศุลกากร — แม้ไม่มีภาษีนำเข้าเกี่ยวข้อง

ภาษีศุลกากรเป็นข้ออ้างหลักในห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ เมื่อสหรัฐฯ เริ่มใช้ภาษีสินค้าจีนรอบแรกในปี 2018 ผู้ผลิตหลายรายพบการเพิ่มขึ้นของต้นทุนอย่างรวดเร็ว แนวโน้มนี้กลับมาอีกครั้งเมื่อขยายการบังคับใช้ภาษีในเวลาต่อมา

แม้ภาษีศุลกากรจะมีผลจริงและสามารถวัดได้ แต่ความซับซ้อนของโครงสร้างภาษีทำให้สามารถนำไปอ้างเพื่อการปรับราคาโดยไม่จำเป็น เช่น อ้างว่าขึ้นราคาเพราะภาษี แม้สินค้านั้นจะไม่ได้อยู่ในขอบเขตภาษีใหม่ หรือผลกระทบที่แท้จริงน้อยกว่าที่กล่าวอ้าง

แม้ภาษีศุลกากรจะมีผลจริงและสามารถวัดได้ แต่ความซับซ้อนของโครงสร้างภาษีทำให้สามารถนำไปอ้างเพื่อการปรับราคาโดยไม่จำเป็น

ทีมจัดซื้อควรทำงานเชิงรุกเมื่อต้องเผชิญกับการขึ้นราคาลักษณะนี้ เมื่อลูกค้าถูกอ้างถึงภาษีศุลกากรเป็นเหตุผลในการขึ้นต้นทุน ควรขอเอกสารประกอบอย่างละเอียด การขอข้อมูล Harmonized Tariff Schedule (HTS) codes ต้นทุนถึงปลายทาง และประวัติการถูกเรียกเก็บภาษี จะช่วยเปิดเผยว่าการขึ้นราคานั้นสมเหตุสมผลหรือเกินจริง

2. ราคาสินค้ากระจายตัวเพิ่มขึ้นแม้ไม่ได้รับแรงกดดันต้นทุน

price contagion คือการที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นในหนึ่งสายผลิตภัณฑ์แต่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณของ greedflation

รูปแบบดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ตัวอย่างเช่น งานศึกษาในปี 2018 หลังการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ในยุคแรกของประธานาธิบดีทรัมป์ พบว่า เครื่องซักผ้าที่ถูกเก็บภาษีมีราคาเพิ่มขึ้น แต่เครื่องอบผ้าที่ไม่ถูกเก็บภาษีก็ขึ้นราคาโดยไม่มีต้นทุนเพิ่มขึ้น ผู้ค้าปลีกอาศัยโอกาสนี้ในการปรับราคาเพื่อเพิ่มกำไรจากสินค้าที่เกี่ยวข้อง

ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การตั้งราคาสินค้ากลุ่มอื่น ๆ เช่น passive components แผ่น PCB หรือ housings อาจถูกปรับขึ้นทั้งที่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจริงเกิดกับเพียงชิ้นส่วนจำเพาะ หากสินค้าบางรายการมีข้อจำกัดด้านอุปทาน ซัพพลายเออร์อาจขึ้นราคาสินค้าหลายประเภทโดยเชื่อว่าผู้ซื้อจะไม่ตั้งคำถาม

แนวทางรับมือ องค์กรควร:

  • เปรียบเทียบราคาข้ามกลุ่มสินค้า
  • เปรียบเทียบพฤติกรรมราคาของซัพพลายเออร์กับดัชนีตลาดโดยรวม
  • ติดตามเทรนด์ต้นทุนของแต่ละชิ้นส่วนเพื่อแยกต้นทุนเงินเฟ้อจากการปรับราคาโอกาส

greedflation แพร่กระจายได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ขาดความโปร่งใส ทีมจัดซื้อควรกำหนดมาตรฐานการวิเคราะห์ตลาดอย่างละเอียดเพื่อถือซัพพลายเออร์รับผิดชอบต่อการตั้งราคาที่สูงกว่าความจำเป็น

3. อัตรากำไรขยายตัวแม้ต้นทุนกลับสู่ภาวะปกติ

สัญญาณสำคัญที่สุดของ greedflation คืออัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นระหว่างช่วงที่ต้นทุนเริ่มคงที่ หากงบการเงินซัพพลายเออร์แสดงกำไรสูงขึ้นเร็วกว่าอัตราค่าวัตถุดิบหรือค่าขนส่ง ถือเป็นสัญญาณว่าซัพพลายเออร์กำลังใช้สถานการณ์เงินเฟ้อเป็นเครื่องมือในการขยายกำไร

ในบล็อกโพสต์ของ Economic Policy Institute Josh Bivens หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า “กำไรที่สูงขึ้นเป็นเหตุผลเกินกว่า 40% ของการปรับระดับราคาในช่วงปลายปี 2019 ถึงกลางปี 2022” โดยตามปกติ กำไรมักมีสัดส่วนต่อการขึ้นราคาเพียง 11–12% เท่านั้น นอกจากนี้ แม้ว่าสัดส่วนกำไรที่ขับเคลื่อนราคาจะเริ่มลดลง แต่ระดับกำไรยังคงสูงกว่าปกติ ข้อมูลช่วงกลางปี 2024 ระบุว่าการเติบโตของกำไรบริษัทเป็นที่มาประมาณหนึ่งในสามของการขึ้นราคาสินค้าทั้งหมด มากกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผู้ซื้อในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ปรากฏการณ์นี้ส่งผลเสียโดยตรง ผู้ผลิตจำนวนมากดำเนินธุรกิจด้วยอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ และต้องพึ่งพาราคาที่คาดการณ์ได้เพื่อรักษากำหนดส่งมอบ หากซัพพลายเออร์ใช้ภาวะตลาดไม่แน่นอนในการขยายกำไร จะยิ่งซ้ำเติมความผันผวนในห่วงโซ่อุปทานที่เปราะบาง

หากซัพพลายเออร์ใช้ภาวะตลาดไม่แน่นอนในการขยายกำไร จะยิ่งซ้ำเติมความผันผวนในห่วงโซ่อุปทานที่เปราะบาง

การวิเคราะห์รายงานผลประกอบการซัพพลายเออร์ (กรณีที่มี) หรือใช้บริการผู้ให้ข้อมูลห่วงโซ่อุปทานภายนอกเพื่อระบุแนวโน้มเหล่านี้ ทีมจัดซื้อควรมองหาสัญญาณเตือน เช่น:

  • อัตรากำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น แม้อินเด็กซ์วัตถุดิบจะทรงตัวหรือปรับตัวลดลง
  • การขึ้นราคากระทันหันพร้อมกับเหตุการณ์ตลาดในวงกว้าง ทั้งที่ต้นทุนของซัพพลายเออร์ไม่ได้เปลี่ยนแปลง
  • รูปแบบการขึ้นราคาสม่ำเสมอที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ค่าขนส่ง หรือค่าจ้างแรงงาน

เหตุใด greedflation จึงพบมากในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

ห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์มีความเปราะบางต่อปรากฏการณ์ greedflation อย่างมาก เนื่องจากความซับซ้อนของการจัดหาชิ้นส่วนหลายพันรายการจากหลายชั้น ทำให้ผู้ผลิตตรวจสอบความถูกต้องของการปรับราคาทุกกรณีเป็นเรื่องยาก และระยะเวลาส่งมอบที่ยาวกับความขาดแคลนของชิ้นส่วนเฉพาะด้านบังคับให้ผู้ซื้อยอมรับราคาที่เปลี่ยนแปลงโดยไม่มีข้อมูลเชิงลึกเพียงพอ

ขาดความโปร่งใสทำให้ซัพพลายเออร์ที่มีอำนาจเหนือ ไม่ว่าจะเกิดจากขนาด เทคโนโลยีเฉพาะทาง หรือการถือครองชิ้นส่วนสำคัญ สามารถผลักดันราคาขึ้นโดยไม่ถูกต่อต้านมากนัก เมื่อเวลาผ่านไปพฤติกรรมเหล่านี้สร้างวัฏจักรที่ราคาหลุดจากต้นทุนผลิตที่แท้จริง

แนวทางปฏิบัติเพื่อรับมือกับ greedflation

การระบุ greedflation เป็นเพียงก้าวแรก ความท้าทายที่แท้จริงคือการจัดการโดยไม่กระทบความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์ ต่อไปนี้คือกลยุทธ์ที่ควรนำไปใช้:

ขอความโปร่งใส

ขอให้ซัพพลายเออร์แสดงรายละเอียดต้นทุน เช่น ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และผลกระทบจากภาษีศุลกากร แม้บางรายอาจไม่เต็มใจเปิดเผยข้อมูล แต่การร้องขออย่างต่อเนื่องจะสร้างมาตรฐานความโปร่งใสและความรับผิดชอบ

ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล

ทำงานร่วมกับผู้ให้บริการข้อมูลบุคคลที่สามเพื่อติดตามแนวโน้มราคาชิ้นส่วน เปรียบเทียบพฤติกรรมราคาของซัพพลายเออร์ และประเมินแนวโน้มอัตรากำไรในระดับบริษัทและอุตสาหกรรม

กระจายการจัดหา

การเพิ่มแหล่งจัดหาสำรอง หรือ multisourcing ในห่วงโซ่อุปทาน จะช่วยลดความเสี่ยงการพึ่งพาซัพพลายเออร์รายเดียว ทำให้เจรจาต่อรองกับราคาที่เกินจริงได้ง่ายขึ้น หรือเปลี่ยนซัพพลายเออร์หากจำเป็น 

บทสรุป

greedflation อาจตรวจจับได้ไม่ง่ายนัก แต่สร้างผลกระทบต่อผลประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตอย่างลึกซึ้ง การสังเกตสัญญาณเตือน เช่น การอ้างภาษีศุลกากร การระบาดของราคาข้ามสายผลิตภัณฑ์ และการที่อัตรากำไรเติบโตเร็วกว่าต้นทุน จะช่วยให้ผู้ผลิตบริหารซัพพลายเออร์เชิงข้อมูลและปกป้องผลกำไรขององค์กร

แม้แรงกดดันเงินเฟ้อจะเกิดขึ้นจริงเสมอ แต่ไม่ใช่การขึ้นราคาทุกครั้งจะเป็นผลจากเงินเฟ้อ องค์กรที่ลงทุนในความสามารถในการมองเห็น หาข่าวสารซัพพลายเออร์ และใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล จะสามารถระบุและป้องกันการตั้งราคาด้วยแรงจูงใจเชิงกำไร สร้างความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อน

สร้างการมองเห็นในห่วงโซ่อุปทานเพื่อรับมือ greedflation

แพลตฟอร์ม supply chain risk management ของ Z2Data มอบข้อมูลที่องค์กรต้องการเพื่อระบุแนวโน้มราคา เปรียบเทียบราคากับข้อมูลย้อนหลัง เข้าใจผลกระทบของภาษีศุลกากรที่แท้จริงในแต่ละผลิตภัณฑ์ และค้นหาซัพพลายเออร์ทางเลือกที่ผ่านการรับรองเพื่อกระจายความเสี่ยงด้านซัพพลาย หากต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางรับมือ greedflation ด้วย Z2Data สมัคร ทดลองใช้งานฟรี