Bill of Materials (BOM) คืออะไร ความหมาย ประเภท โครงสร้าง และข้อมูลสำคัญ

Bill of Materials (BOM) คืออะไร ประกอบด้วยข้อมูลใด มีโครงสร้างอย่างไร และองค์กรใช้ BOM ประเภทใดบ้าง

Bill of Materials (BOM) คืออะไร ความหมาย ประเภท โครงสร้าง และข้อมูลสำคัญ

BOM คืออะไร

รายการวัสดุ (BOM) คือรายการที่สมบูรณ์ของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ วัสดุ และคำแนะนำที่จำเป็นสำหรับการประกอบสินค้า ทำหน้าที่เป็นพิมพ์เขียวสำหรับการผลิตและตัวผลิตภัณฑ์เอง ในแต่ละรายการที่อยู่ใน BOM จะระบุข้อมูลเฉพาะ เช่น ชื่อชิ้นส่วน ปริมาณ ราคา และคำแนะนำวิธีใช้หรือการประกอบ โดยทั่วไปข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเรียงเป็นลำดับชั้น โดยแสดงสินค้าสำเร็จรูปไว้ด้านบน และแต่ละชิ้นส่วนพร้อมแผนงานอยู่ด้านล่าง  

ตัวอย่างเช่น หากต้องการเก้าอี้รับประทานอาหารใหม่แต่ไม่รู้วิธีซื้อหรือประกอบเก้าอี้ BOM จะระบุชิ้นส่วนทั้งหมดที่ต้องใช้ในการประกอบเก้าอี้ เช่น ขาเก้าอี้ เบาะ ผ้าหุ้ม สกรู ฯลฯ และยังระบุปริมาณที่ต้องใช้ในแต่ละชิ้น เช่น ขา 4 ขา เบาะ 1 ชิ้น นอกจากนี้หากไม่ทราบว่าขาเก้าอี้หน้าตาเป็นอย่างไร BOM จะให้รายละเอียดเฉพาะทางของแต่ละชิ้นส่วน เช่น ขนาด วัสดุที่ใช้ผลิต และสุดท้ายยังมีคำแนะนำการประกอบอย่างละเอียดเป็นขั้นตอน

แม้ว่า BOM สำหรับเก้าอี้จะดูเข้าใจง่าย แต่เมื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมด้านการออกแบบ วิศวกรรม หรือการผลิต BOM อาจมีความซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้น BOM ที่มีโครงสร้างดีจึงมีความสำคัญต่อการผลิตที่มีประสิทธิภาพ เพราะช่วยให้มั่นใจว่าชิ้นส่วนที่จำเป็นทั้งหมดมีพร้อม และช่วยให้องค์กรบริหารจัดการคลังสินค้า ประมาณการต้นทุน ค้นหาปัญหาผลิตภัณฑ์ และหลีกเลี่ยงความล่าช้าในการผลิตได้ดียิ่งขึ้น 

ความสำคัญของ BOM

BOM มีบทบาทสำคัญในกระบวนการต่าง ๆ ขององค์กร ได้แก่ การผลิต การออกแบบ การจัดซื้อ การขาย การสั่งซื้อ การบริหารคลังสินค้า ทำหน้าที่เป็นแผนที่ที่สมบูรณ์สำหรับทีมงานทุกฝ่าย โดยแสดงรายการชิ้นส่วน วัสดุต่าง ๆ และคำแนะนำที่จำเป็นต่อการประกอบผลิตภัณฑ์ ทีมแต่ละฝ่ายมีหน้าที่ที่แตกต่างกันในกระบวนการผลิต และการมีภาพรวมของทุกขั้นตอนจะช่วยให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ BOM ยังมีความสำคัญกับส่วนงานเฉพาะ ดังนี้

การวางแผนตารางการผลิต

เมื่อเข้าใจสิ่งที่ต้องใช้และระยะเวลาที่ต้องการอย่างชัดเจน BOM จะช่วยให้ผู้จัดการฝ่ายผลิตสามารถวางแผนตารางการผลิตที่เหมาะสม จัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และประสานงานได้อย่างลงตัว รวมถึงสามารถคาดการณ์ปัญหาคอขวดหรือความล่าช้า ช่วยให้สามารถแก้ไขประเด็นต่าง ๆ ล่วงหน้าในขณะตรวจสอบ BOM 

การประมาณงบประมาณ

BOM ให้ข้อมูลที่แม่นยำเกี่ยวกับแต่ละรายการ เช่น ชื่อชิ้นส่วน ปริมาณ ต้นทุนต่อหน่วย ซึ่งความชัดเจนในระดับนี้ไม่เพียงสนับสนุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ประมาณต้นทุน วางแผนงบประมาณ และจัดสรรทรัพยากรอย่างถูกต้องด้วย

การบริหารคลังสินค้า

BOM มีบทบาทสำคัญในการควบคุมระดับสินค้าคงคลัง โดยให้รายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณที่จำเป็นในแต่ละชิ้นส่วน ทำให้องค์กรสามารถรักษาระดับสต็อกที่เหมาะสม ป้องกันการเก็บสินค้ามากเกินไปหรือขาดแคลน ลดต้นทุนการเก็บรักษาและความเสี่ยงจากการเลิกผลิต

การควบคุมคุณภาพ

ด้วยการระบุชิ้นส่วนและวัสดุที่จำเป็นอย่างละเอียด BOM ช่วยให้แต่ละรายการได้รับการตรวจสอบและคัดเลือกอย่างถูกต้อง ลดโอกาสที่จะใช้ชิ้นส่วนที่ไม่มีคุณภาพหรือชิ้นส่วนผิดประเภท 

ข้อมูลสำคัญในรายการวัสดุ (BOM)

หมายเลขและชื่อชิ้นส่วน

หมายเลขและชื่อชิ้นส่วนช่วยให้สามารถระบุชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ใน BOM ได้ ชื่อจะให้ข้อมูลเชิงพรรณนา เช่น “ขาไม้” ส่วนหมายเลขชิ้นส่วนอย่าง "LEG-001" จะเป็นรหัสเฉพาะของแต่ละชิ้น นอกจากนี้ยังอาจเรียกหมายเลขชิ้นส่วนว่าเป็นรหัสสินค้า หรือ SKU และใช้ในการวางแผน ติดตาม และสั่งซื้อแต่ละรายการ 

คำอธิบายชิ้นส่วน

นอกจากชื่อและหมายเลขชิ้นส่วนแล้ว BOM ควรมีคำอธิบายของแต่ละชิ้นอีกด้วย คำอธิบายนี้ควรรายละเอียดขนาด วัสดุ มิติ และข้อกำหนดอื่น ๆ เพื่อป้องกันความสับสนหากบางชิ้นมีลักษณะคล้ายกัน ทำให้ผู้ผลิตสามารถแยกแยะและผลิตได้อย่างถูกต้อง

ปริมาณ

ถัดจากหมายเลขชิ้นส่วน ชื่อ และคำอธิบาย จะต้องระบุจำนวนที่ต้องใช้ในแต่ละชิ้น ปริมาณจึงมีความสำคัญกับการวางแผนและดำเนินการผลิต ช่วยในเรื่องการประมาณการต้นทุน การเช็คคลังสินค้า และป้องกันการขาดแคลนวัสดุตั้งแต่ต้น 

ต้นทุนต่อหน่วย

ต้นทุนต่อหน่วยเมื่อรวมกับข้อมูลปริมาณ ถือเป็นหัวใจของการวางแผนโครงการและงบประมาณ หากไม่มีข้อมูลต้นทุนต่อหน่วย จะไม่สามารถคำนวณต้นทุนการผลิตโดยรวม หาความคุ้มค่า หรือตรวจสอบอัตรากำไรของผลิตภัณฑ์สุดท้ายได้

สถานะการจัดหา

สถานะของแต่ละชิ้นส่วนใน BOM จะบ่งบอกว่าสินค้าอยู่ในสต็อก ต้องสั่งเพิ่ม หรืออยู่ระหว่าง backorder หรือหาไม่ได้เลย หากสินค้าสำเร็จรูปต้องใช้ชิ้นส่วนซ้ำในปริมาณมาก แต่ขณะนั้นสินค้าเหล่านั้นไม่สามารถสั่งซื้อได้ อาจทำให้การผลิตล่าช้า ดังนั้นการทราบข้อมูลนี้ล่วงหน้าจะช่วยให้วางแผนการจัดซื้อได้แม่นยำยิ่งขึ้น

โครงสร้างและการบริหาร BOM

BOM ที่มีโครงสร้างดีช่วยให้องค์กรลดความเสี่ยงและการขาดแคลนในห่วงโซ่อุปทาน พร้อมรับประกันกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ในบทความนี้จะอธิบายโครงสร้าง BOM สองประเภท ได้แก่ Single Level และ Multilevel หากต้องการข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงสร้าง BOM ที่มีประสิทธิผล สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดโครงสร้าง BOM (รายการวัสดุ)

Single Level Bill of Materials

Single-level BOM เป็นรายการที่ตรงไปตรงมา แสดงสินค้าสำเร็จรูปและรายการชิ้นส่วนที่ต้องใช้ในการผลิต เหมาะกับสินค้าที่ประกอบง่าย เช่น การผลิตเฟอร์นิเจอร์หรืออิเล็กทรอนิกส์พื้นฐาน ตัวอย่างเช่นเก้าอี้ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ใช้โครงสร้างsingle-level BOMได้อย่างเหมาะสม

ตามที่กล่าวไปแล้ว BOM มักมีโครงสร้างแบบลำดับชั้น ซึ่ง single-level BOM จะแบ่งเป็น 2 ระดับ ด้านบนสุดเป็นสินค้าสำเร็จรูป และด้านล่างเป็นรายการชิ้นส่วนต่าง ๆ ซึ่งแต่ละชิ้นจะถูกประกอบไว้แล้ว เหลือเพียงการนำมาประกอบเข้าด้วยกัน จึงเหมาะกับงานผลิตที่ต้องความชัดเจนและอ่านเข้าใจง่าย ลดข้อผิดพลาดในกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Multilevel Bill of Materials

ในทางกลับกัน Multilevel BOM เป็นการแสดงโครงสร้างที่ซับซ้อน มีลำดับชั้นของชิ้นส่วนย่อยและวัสดุที่ต้องใช้สำหรับการผลิตสินค้า ต่างจาก single-level BOM ที่แสดงเฉพาะชิ้นส่วนที่ใช้โดยตรง Multilevel BOMs จะรวม sub-assemblies ที่แตกออกเป็นชิ้นส่วนย่อย ต้องประกอบ sub-assemblies เหล่านั้นก่อน จะได้เป็นชิ้นส่วนสำหรับขั้นตอนสุดท้ายของการผลิตเหมาะกับอุตสาหกรรมที่สินค้ามีความซับซ้อนสูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และยานยนต์

การดู Multilevel BOM มีความคล้ายกับแบบ Single Level แต่มีชั้นย่อยเพิ่มเติม โดยระดับบนสุดเป็นสินค้าสำเร็จรูป ถัดจากนั้นเป็นลำดับ sub-assemblies ต่อไปยังชิ้นส่วนย่อยในแต่ละ sub-assembly ซึ่งเป็นลักษณะแผนภูมิต้นไม้ ช่วยให้เห็นภาพรวมและเข้าใจขั้นตอนการผลิตทั้งหมดอย่างครบถ้วน

ประเภทของ BOM

BOM มีหลายประเภทขึ้นอยู่กับสินค้าและอุตสาหกรรมของแต่ละองค์กร โดยที่พบมากที่สุดมี 3 ประเภทหลัก ๆ พร้อมทั้งตัวอย่างประเภทอื่น ๆ ดังนี้ 

Engineering Bill of Materials (EBOM)

EBOM ใช้เฉพาะในส่วนการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยระบุรายละเอียดของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ตั้งแต่แนวคิดจนถึงการผลิต นอกเหนือจากส่วนประกอบมาตรฐานอย่างชื่อชิ้นส่วน หมายเลขชิ้นส่วน และ subassemblies แล้ว EBOM ยังสามารถมีข้อมูลทางเทคนิค เช่น แบบวิศวกรรมและรายละเอียดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในแต่ละขั้นตอน EBOM ส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างทีมออกแบบ วิศวกรรม และการผลิต เพื่อให้สินค้าที่ผลิตตรงตามที่ออกแบบไว้

Manufacturing Bill of Materials (MBOM)

MBOM เป็น BOM มาตรฐานสำหรับการผลิต ระบุรายละเอียดที่จำเป็นเพื่อตอบสนองการวางแผนการผลิต รวมถึงคำแนะนำ วิธีการประกอบ รายละเอียดปริมาณ กระบวนการประกอบ มาตรฐานคุณภาพ และข้อกำหนดของแต่ละส่วน MBOM ที่จัดเรียงอย่างเป็นระบบและถูกต้องมีความสำคัญมากในการลดความผิดพลาด ลดของเสีย และรักษาคุณภาพสินค้าให้อยู่ในระดับสูงสุด

Sales Bill of Materials (SBOM)

SBOM เกี่ยวข้องกับการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้า โดยระบุรายละเอียดคำสั่งขายของสินค้าสำเร็จรูปและชิ้นส่วนย่อย รวมถึงราคาของสินค้า ครอบคลุมทั้งคำสั่งขายของตัวสินค้าและชิ้นส่วนต่าง ๆ นอกจากชิ้นส่วนจริงแล้ว ยังรวมถึงบริการ เอกสาร และองค์ประกอบอื่นที่จำเป็นต่อคำสั่งซื้อลูกค้าอีกด้วย SBOM ช่วยให้ทีมขายนำเสนอสินค้า สร้างใบเสนอราคา และตอบสนองความคาดหวังของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ขั้นตอนการขายดำเนินไปอย่างราบรื่น

ประเภทอื่น ๆ ของ BOM

Configurable Bill of Materials

BOM ประเภทหนึ่งที่สามารถปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของลูกค้าได้

Production Bill of Materials

BOM ที่เน้นไปที่สินค้าสำเร็จรูป รวมถึงรายการชิ้นส่วน กระบวนการผลิต และคำแนะนำการประกอบทุกขั้นตอน

Assembly Bill of Materials

BOM ที่แสดงรายการ assembly และ subassembly ที่ต้องใช้ในการผลิตสินค้า

สำรวจข้อมูลเชิงลึกจาก Z2Data

กำลังมองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์อยู่ใช่หรือไม่ สามารถติดตามบทความจาก Z2 Insights blog และเนื้อหาอื่น ๆ จากเรา ครอบคลุมเรื่องกฎระเบียบ การเลิกผลิต ข่าวสารเซมิคอนดักเตอร์ และหัวข้อสำคัญอื่น ๆ 

อ่านตอนนี้