ในเดือนนี้ SEMI และ Semiconductor Climate Consortium (SCC) ได้ประกาศรายชื่อสมาชิกผู้ก่อตั้งกว่า 60 รายของความร่วมมือระดับโลกครั้งแรกของบริษัทในระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
พันธกิจของ SCC คือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่าอุตสาหกรรม ด้วยภาวะโลกร้อนที่ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำและทรัพยากรอื่น ๆ การที่อุตสาหกรรมจะให้ความสำคัญกับแนวทางความยั่งยืนมากขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ทั้งเพื่อความอยู่รอดของอุตสาหกรรมเองและต่อสุขภาพของโลก
ผู้ผลิตจำนวนมากได้ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ภาวะขาดแคลนชิปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนให้ความสำคัญและทรัพยากรถูกโยกไปสู่การสร้างและขยายกำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศและการสร้างเสถียรภาพให้กับห่วงโซ่อุปทาน
อย่างไรก็ตาม ภัยแล้งและสภาพอากาศสุดขั้วกำลังทำให้อุตสาหกรรมหันกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพของโลกและความจำเป็นในการผลักดันความยั่งยืนในระดับสูงขึ้น
วิสัยทัศน์และเป้าหมายของ SCC ประกอบด้วย:
- ความร่วมมือ: กำหนดแนวทางร่วมกัน พัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรม และช่องทางการสื่อสาร เพื่อร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง
- ความโปร่งใส: รายงานความก้าวหน้าและปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1, 2, และ 3 สู่สาธารณะประจำปี
- ความมุ่งมั่น: กำหนดเป้าหมายการลดคาร์บอนทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050
ความซับซ้อนของปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
GHG Protocol Corporate Standard กำหนดประเภทของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับ Corporate Carbon Footprint (CCF) ของบริษัทไว้เป็น Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 อย่างไรก็ตาม การจัดประเภทนี้ยังไม่รวม Product Carbon Footprint (PCF) ซึ่งเป็นปริมาณรวมของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นทั้งหมดในแต่ละช่วงของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์หรือบริการ
1. Scope 1 คือการปล่อยโดยตรงจากแหล่งที่บริษัทเป็นเจ้าของหรือควบคุม ครอบคลุมการใช้พลังงานทุกประเภท รวมถึงการปล่อยจากกระบวนการผลิต เช่น จากการเผาไหม้ PFCs สารเคมี และก๊าซอื่น ๆ
2. Scope 2 คือการปล่อยทางอ้อมจากพลังงานที่ซื้อมา เช่น ไฟฟ้าที่บริษัทใช้ ตามข้อมูลของ GHG พบว่าพลังงานนี้คิดเป็นอย่างน้อยหนึ่งในสามของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก
3. Scope 3 คือการปล่อยทางอ้อมในห่วงโซ่มูลค่า ประกอบด้วยการปล่อยต้นน้ำและปลายน้ำ การปล่อยต้นน้ำ คือการปล่อยที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท เช่น วัตถุดิบและสินค้าที่ซื้อหรือได้มา ขณะที่การปล่อยปลายน้ำคือการปล่อยทางอ้อมจากสินค้าหรือบริการที่บริษัทขายให้ลูกค้า
งานวิจัยของ McKinsey ที่เพิ่งเผยแพร่ ระบุว่าสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ทั่วไปประกอบด้วย Scope 1 35%, Scope 2 45% และ Scope 3 (ต้นน้ำ) 20% (ไม่รวมปลายน้ำ)
:quality(85))
รายงานยังชี้ว่ามาตรการที่บริษัทเซมิคอนดักเตอร์นำมาใช้ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอที่จะนำอุตสาหกรรมไปสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ตั้งไว้
ความริเริ่มที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรมเริ่มดำเนินการขณะนี้ เช่น การเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงทางเลือกและทรัพยากรพลังงานหมุนเวียน รวมถึงการลดความเข้มข้นการใช้พลังงาน
แต่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 ทุกบริษัทในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และห่วงโซ่มูลค่าจะต้องเข้าร่วมความพยายามนี้
ธุรกิจควรรวมทั้งห่วงโซ่อุปทานเข้าไปในความพยายามเพื่อความยั่งยืน ไม่เพียงแต่ลงทุนในการลดคาร์บอนของตนเอง แต่ยังควรร่วมมือกับซัพพลายเออร์และพันธมิตรต่าง ๆ ด้วย
การมองเห็นแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมและข้อมูลการปล่อยคาร์บอนของซัพพลายเออร์และพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานจนถึงระดับซับ-เทียร์ ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบรรลุเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
เมื่ออุตสาหกรรมเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับองค์กรจึงมีความสำคัญ การก่อตั้ง SCC เป็นหนึ่งในก้าวสำคัญไปสู่การขับเคลื่อนความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอย่างเร่งด่วน แต่อุตสาหกรรมยังต้องการให้บริษัทจำนวนมากขึ้นเข้าร่วม จึงจะประสบความสำเร็จได้อย่างแท้จริง